เปิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อกำหนดเดินทางเข้าไทย ในช่วงโควิด-19 ระบาด แบบละเอียดยิบ
migrator
11 มกราคม 2564

หลังจากที่ ศบค. รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ในวันนี้ 13 ก.ค. 2563 ในผู้ติดเชื้อ 3 ราย คือชายสัญชาติอียิปต์ อายุ 43 ปี อาชีพทหาร เดินทางมาจากประเทศอียิปต์มาถึงไทยวันที่ 8 ก.ค.63 เข้าพัก State Quarantine ที่ จ.ระยอง และตรวจหาเชื้อวันที่ 10 ก.ค.63 ไม่มีอาการ
โดยไทม์ไลน์ทหารรายนี้ มีการเข้าพักที่โรงแรม และเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งยังมีรายงานจากเจ้าหน้าที่สอบสวนโรค ว่า กลุ่มนายทหารชาวอียิปต์ที่มาด้วยกัย ได้มีการออกไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ใน จ.ระยอง (ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่านายทหารรายที่ติดเชื้อไปด้วยหรือไม่)
ส่วน กรณีเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ได้เดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกา เมื่อวันที่ 7 ก.ค.63 พร้อมกับครอบครัวคณะทูต โดยตรวจพบเชื้อโควิด-19 และเข้ารักษาตัว แต่เนื่องจากครอบครัวได้ทำการกักตัวที่คอนโด ใน. กทม. จึงทำให้ประชาชนกังวลเรื่องการควบคุม

ล่าสุดหลังจากที่เรื่องนี้กลายเป็นกระเเส ทำให้สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรการกักตัวและควบคุม ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำไมถึงเดินทางไปสถานที่อื่นนอกจากสถานที่กักกันได้

วันนี้จันจึงนำข้อกำหนดมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศถึง 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 นั้น
นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยกเลิกความในข้อ 3 ของข้อกำหนด
(ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 กรณีการปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"การเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรไม่ว่าจะเป็นการใช้เส้นทางคมนาคมทางบกทางน้ำ หรือทางอากาศ หรือโดยการใช้ยานพาหนะไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เรือ อากาศยาน หรือยานพาหนะอื่นใดเพื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรย่อมกระทำได้ โดยเป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลาและหลักเกณฑ์ที่นายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง กฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศและกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกำหนด เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคและจัดระเบียบจำนวนบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรให้สอดคล้องกับความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองและการจัดสถานที่ไว้แยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต สำหรับผู้โดยสารหรือผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ดังต่อไปนี้
(1) ผู้มีสัญชาติไทย
(2) ผู้มีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด อนุญาต หรือเชิญให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจำเป็น โดยอาจกำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้
(3) บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือบุคคลในหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่
กระทรวงการต่างประเทศอนุญาตตามความจำเป็น ตลอดจนคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคล
(4) ผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น แต่เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว
(5) ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน
(6) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้มีสัญชาติไทย
(7) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
(8) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสหรือบุตรของบุคคลดังกล่าว
(9) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของสถานศึกษาในประเทศไทยที่ทางการไทยรับรองตลอดจนบิดามารดาหรือผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว ยกเว้นนักเรียนหรือนักศึกษาของโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือของสถานศึกษาอื่นของเอกชนที่มีลักษณะคล้ายกัน
(10) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทยและผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีเข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรคโควิด – 19
(11) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ (special arrangement) กับต่างประเทศ"
ข้อ 2 มาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้ดินทางข้ามาในราชอาณาจักร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อควบคุมดูแลให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรปฏิบัติตามเงื่อนไขเงื่อนเวลา และหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้โดยเคร่งครัด และให้ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อสั่งหรือกำหนดเป็นเงื่อนไขในการเดินทางหรือการเข้ามาในราชอาณาจักรรับการแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต ณ สถานที่และตามระยะเวลาซึ่งทางราชการกำหนดหรือปฏิบัติตามระบบการตรวจสอบการเดินทางในราชอาณาจักรหรือการใช้แอปพลิเคชัน ติดตามตัวเพื่อให้มารับการตรวจหาเชื้อเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการติดเชื้อก็ได้
ทั้งนี้ข้อกำหนดได้ชี้ชัดและขัดกับกลุ่มทหารและฑูตที่เดินทางเข้ามาจนทำให้เกิดดราม่านี้ขึ้น ทั้งนี้ต้องรอคิดตามกันต่อไปเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป