ยูนิเซฟ ประณามเหตุครูโทรมนักเรียน ชี้ล้มเหลวในการปกป้องเด็ก
migrator
11 มกราคม 2564

จากเหตุการณ์สะเทือนใจ ผ้าขาวเปื้อนสีด้วยน้ำมือครูที่เคารพ… เด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ. มุกดาหาร ถูกครู 5 คน และ ศิษย์เก่าของโรงเรียนอีก 2 คน รุมโทรมจนบอบช้ำมานานแรมปี ซ้ำยังถ่ายคลิปเอาไว้แบล็คเมล์ขู่หากนำเรื่องไปบอกใครจะให้ซ้ำชั้น นอกจากนี้ยังมีเด็กนักเรียนหญิงอีกคนวัย 16 ปี ตกเป็นเหยื่อด้วย
หลังเรื่องราวถูกเปิดเผย ปรากฏว่า มีเพื่อนครูที่สอนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเด็กที่ถูกกระทำ ออกมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจผู้ก่อเหตุ จนทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะสมแล้วหรือ? เห็นใจ และปกป้องคนทำผิด แต่กลับไม่มีความเห็นใจเด็กนักเรียนที่เป็นฝ่ายถูกย่ำยี
“ไม่ควรมีเด็กคนใดควรต้องเผชิญกับความรุนแรง ไม่ว่าในรูปแบบใด หรือสถานที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียน ซึ่งควรเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน เหตุการณ์นี้คือสัญญาณว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับปรุงการคุ้มครองเด็กในโรงเรียน”
13 พฤษภาคม 2563 ยูนิเซฟ ออกแถลงการณ์ ประณามเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการปกป้องคุ้มครองเด็ก และควรเป็นจุดเปลี่ยนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการเพื่อปรับปรุงการคุ้มครองเด็กในโรงเรียนโดยด่วน
ไม่ควรมีเด็กคนใดควรต้องเผชิญกับความรุนแรง ไม่ว่าในรูปแบบใด หรือสถานที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียน ซึ่งควรเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน โรงเรียนต้องเป็นที่ ๆ เด็กรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง และเป็นที่ ๆ พวกเขาจะสามารถเรียนรู้ เติบโต ตลอดจนพัฒนาทักษะและความมั่นใจในการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ต่อไปในอนาคต
หนึ่งในหน้าที่และจริยธรรมพื้นฐานที่สำคัญของสถาบันการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา คือการปกป้องคุ้มครองเด็กนักเรียนทุกคน โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องเป็นผู้นำในการติดตาม เฝ้าระวัง และสังเกตสัญญาณที่บ่งชี้เหตุรุนแรง การล่วงละเมิด หรือการถูกละเลยทอดทิ้ง ตลอดจนรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ครูยังมีหน้าที่ปกป้องนักเรียนจากอันตรายใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงอันตรายที่กระทำโดยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยกันเอง


การดูแลเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหาย…
สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้การปฏิรูประบบคือ การช่วยให้เด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เอื้อหนุนให้พวกเขาสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ การเผชิญความรุนแรงในวัยเด็กอาจส่งผลกระทบเชิงลบไปตลอดชีวิต ทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ และความเป็นอยู่ ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กด้านการเรียนรู้ อารมณ์ และสังคม และยังนำไปสู่ปัญหาการไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน แต่หากได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม เด็ก ๆ ที่เผชิญกับความรุนแรงจะสามารถฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และบุคลากรทางการแพทย์ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูชีวิตของเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหาย ประเทศไทยควรเพิ่มการลงทุนในการขยายฐานของผู้ให้บริการทางสังคมกลุ่มนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้านการคุ้มครองเด็ก เพื่อให้ผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากความรุนแรง การถูกแสวงประโยชน์ การถูกทำร้าย หรือการถูกทอดทิ้ง ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมและทันท่วงที รวมถึงช่วยให้ค้นเจอเหตุความรุนแรงตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ทิ้งไว้ให้ลุกลามอย่างกรณีของจังหวัดมุกดาหาร
ยูนิเซฟ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันปกป้องคุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยที่คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก
