จากเหตุ ผู้ปกครองคลั่ง ตร.เผย พ่อเมายาบ้าคิดว่าพม่าบุกโรงเรียน
อีจัน
29 พฤษภาคม 2566

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญ ผู้ปกครองถือปืนลูกซองบุกไปรับลูกที่โรงเรียน ทำเอาทุกคนแตกตื่น ต่อมาตำรวจคุมตัวได้ ผู้ก่อเหตุอ้าง คิดว่าลูกโดนรังแกเลยบุกโรงเรียน
ตำรวจ คุมตัว ผู้ปกครองคลั่ง ถือปืนบุกโรงเรียน อ้างมารับลูกโดนรังแกตำรวจเผยถึงเหตุการณ์ก่อนเข้าชาร์จตัวผู้ปกครองคลั่งว่า หลังรับแจ้งเหตุจากโรงเรียนก็ได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุขับรถไป กระทั่งรถไปจอดที่บ้านผู้ก่อเหตุเอง เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังเข้าปิดล้อมบ้าน เจรจาราว 10 นาทีไม่เป็นผล จึงนำตัวพี่ชายและแม่มาช่วยเจรจา
พี่ชายผู้ก่อเหตุเข้าไปช่วยเจรจาภายในบ้าน จากนั้นพี่ชายได้นำอาวุธปืนลูกซองยาวชนิดเดี่ยวออกมามอบให้กับตำรวจ ก่อนบอกว่าน้องชายมีท่าทีอ่อนลงแล้ว ตำรวจจึงเตรียมเข้าชาร์จตัวผู้ก่อเหตุ เพราะกลัวว่าอาจจะทำร้ายลูกชายตนเอง แม้ญาติที่มาช่วยเจรจาจะมีท่าทีไม่พอใจ เพราะกลัวว่าจะเกิดความรุนแรง ซึ่งตำรวจต้องพูดทำความเข้าใจ จึงสามารถบุกเข้าไปชาร์จตัวไว้ได้สำเร็จโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ส่วนลูกชายวัย 7 ขวบที่อยู่ด้วยกันภายในบ้านก็ถูกนำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในรถยนต์ที่ขับมาจอดอยู่หน้าบ้าน พบปืนลูกซองยาว 5 นัด
วางอยู่ในรถยนต์อีก 1 กระบอก โดยทั้ง 2 กระบอก ไม่มีกระสุนอยู่ในรังเพลิง เบื้องต้นจึงตรวจยึดไว้


หลังชาร์จตัวจึงคุมตัวผู้ก่อเหตุ หรือ นายจีระพงษ์ อายุ 29 ปี กลับโรงพักสอบปากคำนาน พบว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการคล้ายหลอนยาบ้า คิดว่ากองทัพพม่าบุก ได้ยินเสียงเครื่องบินมาด้วย จึงเร่งสะพายปืนยาวไปรับลูกที่โรงเรียนเพื่อความปลอดภัยของลูกชาย จากนั้นก็พาหลบหนีไปเรื่อย เนื่องจากในหัวตนมีแต่เสียงเครื่องบินๆ ตามอยู่ตลอดเวลา และยังบอกว่าระหว่างพาลูกชายหลบหนียังมาเจอสุนัขตัดหน้าและลอยเหินข้ามรถยนต์ตนอีก ตำรวจต่างกุมขมับกับคำให้การ เมื่อถามว่าเสพยาบ้าหรือไม่ นายจีระพงษ์ตอบว่าเมื่อวานเพิ่งจะเสพไป 2 เม็ด และเสพเป็นประจำ แต่วันนี้ยังไม่ได้เสพ


และจากการตรวจสอบประวัตินายจีระพงษ์ เคยถูกจับกุมในคดีเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า ศาลพิพากษาจำคุก
3 ปี 8 เดือน หลังสอบปากคำเสร็จตำรวจได้นำตัว นายจีระพงษ์ส่งไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดที่
โรงพยาบาลหลังสวน ซึ่งยังไม่ทราบผล และแจ้งข้อหาเบื้องต้น พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
พกพาไปในเมือง ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน