วิบากกรรม ของผู้หญิงที่ชื่อ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง”

ต่อ อีจัน

ต่อ อีจัน

6 กรกฎาคม 2567

วิบากกรรม ของผู้หญิงที่ชื่อ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง”

ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง

ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิเป็นหนึ่ง ซึ่งได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 67

พร้อมกับวัตถุประสงค์อันแรงกล้า

-เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน รวมทั้งเพื่อการสังคม แก่เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส

-เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของภาครัฐ สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างถูกต้องเป็นธรรม

-เพื่อเป็นช่องทางในการประสานงานกันระหว่างมูลนิธิกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง และให้ความร่วมมือ เพื่อการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

-เพื่อเปิดโอกาสให้กับภาคประชาชนได้เข้ามามีบทบาทการทำกิจกรรมจิตอาสา มีส่วนร่วมในการช่วยสังคมไทย ให้มีความปลอดภัย มีความสงบสุข และความปรองดองสามัคคีกัน

-เพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอข้อมูลต่าง 1 ที่ครบถ้วน ถูกต้อง แม่นยำ รอบด้านทุกมติและไม่กระทำการอันฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับมูลนิธิ

-เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกันระหว่างองค์กรการกุศลเพื่อการกุศล และองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสาธารณประโยชน์

-ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้อง กับการเมืองแต่ประการใด

-ไม่ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการพนันหรือการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน

โดยมีคณะกรรมการผู้ร่วมวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.นางชลิดา พะละมาตย์ (ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง) – ประธานกรรมการ

2.นายการัณยภาส อภิบาลภูธร – รองประธานกรรมการ

3.น.ส.วิไลลักษณ์ ไชยชาญ หรือ ซ้อลักษณ์ – กรรมการ *จำชื่อนี้ไว้ให้ดีๆ

4.น.ส.อรญา สูงภิไลย์ – กรรมการและเหรัญญิก

5.นายชลกฤต สาตราคม – กรรมการและเลขานุการ

ถ้าหากนับวันที่ได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ มูลนิธิเป็นหนึ่ง ก็มีอายุแค่ 2 เดือนกว่า แต่ถ้านับจากการจัดตั้งเพจเฟซบุ๊กที่ตั้งเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566 ตอนนี้ก็รวมๆ ประมาณ 10 เดือนได้

ซึ่งที่ผ่านมา มูลนิธิเป็นหนึ่ง ก็ออกมาแอ็คชั่นคอยช่วยเคสนู้นนี้ ตามภาพข่าวอยู่เรื่อยๆ และด้วยลักษณะบุคลิกที่เป็นแก๊งสาวสายลุย โผงผาง ขึงขัง กล้าชน ฝีปากแซ่บ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ก็ทำให้เธอ มีชื่อเสียงเลื่องลืออย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งมาจับเคสอันโด่งดังอย่าง น้องไนซ์ นิรมิตเทวาจุติ หรือ เด็กเชื่อมจิต

ซึ่งเรื่องนี้โด่งดังมาก มีเรื่องราวฟ้องร้องกันต่างๆ นาๆ รวมไปถึงพิธีกรดังอย่าง “หนุ่ม กรรชัย” ที่เป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวของในคดีนี้

ในส่วนของ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ส่วนเกี่ยวข้องของเธอก็คือทำหน้าที่เป็นผู้ที่รวบรวมผู้เสียหาย แฉขบวนการเชื่อมจิต เกาะติดสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ตามจี้แม่น้องไนซ์อย่างไม่หยุดไม่หย่อน

และเมื่ออยู่ในจุดที่อยู่สูงเห็นเด่นชัดแสงทุกทิศทางก็ส่องมาหา ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เมื่อมีผู้เสียหายรายหนึ่งออกมาร้อง มูลนิธิรณรงค์ ทวงคืนความยุติธรรม อ้างโดนต้นอ้อ เป็นหนึ่ง หลอก จ่ายเงินซื้อวุฒิการศึกษา มีพาดพิงถึง สส. จนไปถึง มหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอคนนั้นก็คือ น.ส.วิไลลักษณ์ ไชยชาญ หรือ ซ้อลักษณ์ อดีตกรรมการมูลนิธิเป็นหนึ่ง !!!

ซ้อลักษณ์ อ้างว่า เธอไปขอความช่วยเหลือจาก ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ให้ช่วยเหลือด้านคดีที่ถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกายและฮุบสมบัติ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง จึงแนะนำให้ซื้อวุฒิการศึกษา เพราะ ซ้อลักษณ์ ไม่มีวุฒิ และไปยื่นสมัครซื้อตำแหน่งในรัฐสภา โดยเสนอราคา 200,000 บาท บอกว่าจะได้วุฒิประมาณเดือน ก.พ. 67 ตนหลงเชื่อ จึงทำการโอนเงินไปให้เมื่อปลายปี 66 แต่ปัจจุบันก็ยังไร้วี่แวว

ซึ่งหลังจากเรื่องนี้กลายเป็นข่าว วันที่ (2 ก.ค. 67) ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ก็ออกมาโพสต์โต้แบบทันควัน ปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนทำ โดนบิดเบือนความจริง ยืนยันว่ามีหลักฐานโต้แย้งข้อกล่าวหาทุกเรื่อง ยืนยันไม่มีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันคนที่เคียงข้าง ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง มาตลอดอย่าง นายแม่ปุ๊กกี้ เป็นหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้ลาออกจากมูลนิธิไป ก็มาร่วมวงออกมาแฉแหลก เผยมีหลักฐานครบทุกอย่าง จนเจ้าตัว ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ถึงกับโพสต์ตัดพอชีวิตบอก “คนใกล้ตัวทั้งนั้น”

จนวันที่ (4 ก.ค. 67) ทางมหาวิทยาลัยพิษณุโลก ประกาศหนังสือไล่ออกอาจารย์ 1 ราย หลังตรวจสอบพบพัวพันซื้อขายวุฒิการศึกษา พร้อมสั่งดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด

ด้าน ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ก็ออกมาโพสต์อีกครั้ง โดยโพสต์นี้ออกมากล่าวคำว่า “ขอโทษ” ประชาชน แฟนคลับ บุคคลที่ถูกอ้างถึง พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพูดทิ้งท้ายข้อโอกาสกลับมาทำงานเพื่อช่วยสังคมต่อ

ชีวิตต่อไปของสาวที่ชื่อ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง จะเป็นยังไงต่อ ก็คงขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมายแล้วแหละครับ

สุดท้ายฝากไว้ให้คิด คนเราทำอะไรได้อย่างนั้น คำที่ได้ยินตั้งแต่เด็ก “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”