PM2.5 เชียงใหม่พุ่ง! เด็กๆ เลือดกำเดาไหล อาจารย์ มช.จี้ถาม ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ จริงเหรอ?
แมงปอ อีจัน
30 มีนาคม 2569

สงสารเด็กภาคเหนือ ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงจนเลือดกำเดาไหล ด้านอาจารย์ มช. จี้ถาม ต้องให้เด็กเลือกไหลอีกกี่คน ถึงจะบังคับใช้กฎหมายจัดการกับต้นตอ
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ขณะนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือบางแห่งยังน่าเป็นห่วง หลายคนโดนผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งล่าสุด ผศ.ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ภาพเลือดกำเด่าไหล ซึ่งเป็นผลกระทบจากฝุ่นพิษ พร้อมข้อความว่า
“นี่คือ ‘ผลลัพธ์’ ของการสูดดมฝุ่น PM2.5 ในปริมาณที่ภาครัฐบอกว่า ‘ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้’ …สำหรับใคร?”


ฝุ่น PM2.5 ที่เราหายใจเข้าไป ไม่ได้อยู่แค่ในปอด แต่มีขนาดเล็กพอที่จะซึมเข้ากระแสเลือด และทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกายภาพเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่เลือดกำเดาไหล ไม่ใช่แค่เรื่อง “จมูกแห้ง” แต่คือสัญญาณเตือนว่าระบบร่างกายกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก
คำถามถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ : เราต้องรอให้เด็กกี่คนเลือดไหล หรือต้องรอให้มีใครเสียชีวิตก่อน มาตรการเชิงรุกที่ “ทันเวลา” ถึงจะถูกนำมาใช้?มาตรฐานค่าฝุ่นที่ปลอดภัยของไทย สอดคล้องกับคำแนะนำใหม่ของ WHO แล้วหรือยัง? ถ้ายัง… ทำไมเราถึงยอมให้ประชาชนเสี่ยง?

ถึงเวลาที่ภาครัฐต้อง “หยุดแก้ปัญหาด้วยการขอความร่วมมือ” และ “เริ่มบังคับใช้กฎหมายกับต้นตอ” อย่างจริงจังครับ อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ

สำหรับใครที่มีเลือดกำเดาไหลจากการสุดดมฝุ่นพิษ ด้านอาจารย์ให้คำแนะนำ ลดความรุนแรงไม่ให้เกิดเลือดกำเดา ดังนี้
1.สร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Clean Room)
ปิดบ้านให้มิดชิด: ใช้เครื่องฟอกอากาศที่ขนาดเหมาะสมกับห้อง และต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์ตามระยะเวลา เพราะฝุ่นที่อุดตันจะทำให้เครื่องทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ใช้เครื่องทำความชื้น (Humidifier): ฝุ่นมักมาพร้อมกับอากาศแห้ง ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้เส้นเลือดฝอยในจมูกเปราะและแตกง่าย การรักษาความชื้นในห้องให้อยู่ที่ประมาณ 40-60% จะช่วยได้มาก
2. ดูแลเยื่อบุจมูกโดยตรง
ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ (Nasal Irrigation): เพื่อล้างอนุภาคฝุ่น PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกออก ลดการอักเสบเรื้อรัง ทาVaseline: ใช้คอตตอนบัดแตะวาสลีนบางๆ ทาเคลือบด้านในรูจมูก (บริเวณผนังกั้นจมูก) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เยื่อบุแห้งจนแตก
3. การป้องกันเมื่อต้องออกข้างนอก
หน้ากาก N95 KN95 KF94 : หน้ากากอนามัยทั่วไปกันฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดการระคายเคืองลึกถึงเส้นเลือดฝอยไม่ได้ ต้องใช้ N95 KN95 KF94 ที่แนบชิดใบหน้าสนิทจริงๆ
ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ: เพื่อให้ร่างกายรักษาความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อจากภายใน
4. สังเกตสัญญาณเตือน
หากเริ่มมีอาการ คันจมูกบ่อย, จามติดๆ กัน หรือมีน้ำมูกปนเลือดจางๆ นั่นคือสัญญาณว่าเส้นเลือดฝอยเริ่มอักเสบแล้ว ให้รีบเข้าพื้นที่สะอาดและทำตามข้อ 2 ทันที
ใครที่อาศัยในพื้นที่ฝุ่นพิษหนัก ระมัดระวังตัวเองกันด้วยนะคะ ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกไปที่แจ้ง ด้วยความห่วงใยค่ะ