น้ำมันแพงทำพิษ! คนขับรถสองแถว เปิดใจทั้งน้ำตา “ขอสู้แค่ไหว ไม่ไหวก็จอด” 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

26 มีนาคม 2569

 น้ำมันแพงทำพิษ! คนขับรถสองแถว เปิดใจทั้งน้ำตา “ขอสู้แค่ไหว ไม่ไหวก็จอด” 

คนขับรถสาธารณะ เปิดใจทั้งน้ำตา “ขอสู้แค่ไหว ไม่ไหวก็แค่จอด”  

หลังจากเช้าวันนี้ (26 มี.ค.69) มีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊มขึ้นแบบก้าวกระโดดสูงถึงลิตรละ 6 บาท แน่นอนว่าเกิดผลกระทบทุกอาชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยเฉพาะอาชีพคนขับรถสาธารณะที่ต้องเผชิญและแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันอย่างหนีไม่พ้น  

ล่าสุดช่วงสายที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจและพูดคุยกับคนขับรถสาธารณะในพื้นที่ของตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ  

ที่แรกไปพูดคุยกับคนขับรถวินสองแถวรับจ้างสาธารณะ สาย 1292 หัวตะเข้ – มอหัวเฉียว ซึ่งเป็นอีกเส้นทางของรถสาธารณะที่ประชาชนหาเช้ากินค่ำและเด็กนักเรียนนักศึกษาจำเป็นต้องใช้บริการเช้าเย็น โดยคนขับรถสองแถวรับจ้างสายนี้ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้รับผลกระทบมากกับราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น  

คุณลุงถนอม คนขับรถสองแถวสายนี้ บอกว่า นอกจากจะหาเติมน้ำมันดีเซลยากแล้ว ยังต้องมาเจอกับต้นทุนของค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในแต่ละวัน ในขณะที่ราคาค่าโดยสารยังคงเดิม หากน้ำมันยังปรับราคาเพิ่มขึ้นต่อไปอีก แต่ราคาค่าโดยสารเท่าเดิมก็คงแบกรับต้นทุนต่อไม่ไหวและคงต้องมีหยุดวิ่งรับส่งผู้โดยสารกันบ้าง  

แต่หากมีการปรับขึ้นราคาจริง ก็คงต้องฝากไปยังกรมการขนส่งทางบก พิจารณาในการเพิ่มค่าโดยสารจาก 8 บาท เป็น 10 บาท เพื่อความอยู่รอดของคนทำอาชีพนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กำไรมากมายแต่ก็ยังพอเลี้ยงดูครอบครัวและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นตามมา  

เช่นเดียวกับทางด้านคุณนคร หนึ่งในคนขับรถสองแถวรับจ้างสายนี้ ปัจจุบันรายได้จากค่าโดยสารลดลง เฉลี่ยวันละสูงสุดเคยได้ 1,000-1,200 บาท ซึ่งยังไม่หักค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ทั้งค่ากินค่าน้ำมัน เฉลี่ยแล้วเหลือเพียงวันละไม่กี่ร้อยบาท หากวันไหนออกมาเข้าคิวก็ไม่สามารถที่จะเลี่ยงไม่วิ่งได้ จะต้องวิ่งรับส่งตามคิวที่กกำหนดไว้ บางคิวบางช่วงเวลา พอถึงคิววิ่ง ไม่มีผู้โดยสารเลยก็มี หรือหากมีบางเที่ยวมีเพียงคนสองคน ทำให้เที่ยวนั้นต้องขาดทุนในการวิ่ง แต่ก็ต้องจำใจยอมรับสภาพ และพอราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นยิ่งจะทำให้ได้รับผลกระทบหนักขึ้น หากไม่ไหวก็คงต้องพักหรือหยุดวิ่งรับส่งผู้โดยสาร  

ยิ่งช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอมทำให้ผู้โดยสารน้อยลงไปมาก จึงอยากให้กรมการขนส่งทางบกลงมาหน้างานมาดูสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับผลกระทบกับอาชีพคนขับสองแถวในขณะนี้ แต่หากสามารถปรับราคาขึ้นได้จริง จากราคาเดิมที่ 8 บาท ปรับเป็น 10 บาท ก็ยังพอสู้ไหว เนื่องจากเส้นทางรับส่งสายนี้ มีระยะทางไปกลับเกือบ 30 กิโลเมตร  

ขณะที่นางสาวทิยานันท์ นักศึกษาปี 3 ที่เป็นผู้โดยสารที่จำเป็นต้องใช้บรการรถสาธารณะโดยเฉพาะรถสองแถว บอกว่า ตนเองมีความเห็นใจผู้ประกอบการและคนขับรถสองแถว เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจากเดิมที่ตนเองเคยใช้บริการรถสองแถวไปเรียน มีบางสายบางเส้นทางราคาค่าตั้ว 8-10 บาท แต่หากสายนี้มีการปรับขึ้นจาก 8 บาท เพิ่มเป็น 10 บาท ตนเองในฐานะผู้ใช้บริการเป็นประจำก็ยังพอรับได้กับราคาค่าโดยสารที่จะปรับขึ้นในอนาคต  

ส่วนอีกอาชีพคนขับรถสาธารณะที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ ก็คงหนีไม่พ้นคนขับรถวินจักรยานยนต์รับจ้าง  

ผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ไปที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง วิน วัดศรี ซึ่งตั้งอยู่ข้างมหาลัยมอหัวเฉียวปากซอยถนนวัดศรีวารีน้อย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวินที่มีผู้โดยสารใช้บริการเดินทางเข้าออกบ้านพักมาขึ้นรถไปทำงาน เป็นจำนวนมาก  

โดยนายเฉลิม หัวหน้าผู้ดูแลวินสายนี้ บอกว่า พอราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าต้องเดือนร้อนแน่ เนื่องจากต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น ในค่าตัวยังคงเดิม ในส่วนของวินวัดศรีแห่งนี้ ในเรื่องของการขอปรับราคาเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันนั้นคงยังไม่มีการปรับ เพราะเห็นใจผู้โดยสารที่ต้องแบกรับภารเพิ่มหากมีการปรับราคาค่าโดยสาร ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำยังคงเดิม  

ซึ่งหากปรับราคาค่าโดยสารขึ้น จะทำให้ซ้ำเติมประชาชนหาเช้ากินค่ำด้วยกัน ตอนนี้ต้องทำใจยอมรับและปรับตัวในการใช้จ่ายมากขึ้น แต่หากสู้ไม่ไหวจริงก็คงต้องหยุดหรือพักการออกมาวิ่งก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ของการแก้ปัญหากับทางรัฐบาลในเรื่องนี้  และอยากฝากไปยังรัฐบาลให้จริงใจต่อประชาชนในการแก้ปัญหาเรื่องราคาน้ำมันในขณะนี้