ทนายอนันต์ชัย ชี้! “ตัดกระถินป่า” ในที่รัฐ ผิดหนักถึงคุก!
ต่อ อีจัน
23 กุมภาพันธ์ 2569

ประเด็นร้อน “สำนักปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ” ยังถูกจับตาต่อเนื่อง
ล่าสุดวันนี้ (23 ก.พ. 69) อนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ออกมาแสดงความคิดเห็นทางกฎหมายผ่านเฟซบุ๊ก “ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก” กรณี “ต้นกระถินป่า” ที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และที่ดิน ส.ป.ก. ว่า มีเจ้าของ และการตัดออก อาจเข้าข่ายความผิดร้ายแรง
จากการอ้างอิงบทสัมภาษณ์ของ “พระชัยวัฒน์” ระบุว่า พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ มีการตัดต้นกระถินป่า และปลูกสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงต้นไม้ชนิดอื่นทดแทน โดยอ้างว่าเป็นการ “ช่วยปลูกป่าให้รัฐ”

แต่ในมุมกฎหมาย ทนายอนันต์ชัยอธิบายว่า ต้นกระถินป่าที่ขึ้นในพื้นที่เหล่านี้ ไม่ใช่ของใครก็ได้
แต่เป็นทรัพย์ของหน่วยงานรัฐ เช่น
• กรมป่าไม้
• กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
• สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
เนื่องจากในอดีต หน่วยงานรัฐเคยใช้วิธี “โปรยเมล็ดจากเครื่องบิน” เพื่อฟื้นฟูป่า กระถินป่าจึงถือเป็นพืชที่รัฐปลูกขึ้นมาโดยตรง ดังนั้น การตัด = ละเมิดทรัพย์รัฐ
ไม่เพียงเท่านั้น
แม้แต่การ “ดายหญ้า” ก็เคยถูกศาลฎีกาตีความว่าเป็นการ “แผ้วถางป่า”
อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2538
การทำพื้นที่ให้โล่ง แม้ไม่ตัดไม้ใหญ่ ก็ถือว่าผิด ยิ่งกรณี “ตัดต้นกระถินป่า” ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น
ยิ่งชัดว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเต็มๆ

โทษหนักแค่ไหน?
เข้าข่ายความผิดตาม
• พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
• พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484
มีโทษ
• จำคุก 1 – 10 ปี
• ปรับ 20,000 – 200,000 บาท
และยังต้อง
ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งให้รัฐ
ไม่ใช่แค่คนตัด คนสั่งก็ผิด
• คนงาน = ผู้กระทำผิด
• คนสั่ง = ผู้ใช้ / ตัวการ
ไม่มีข้อยกเว้น!

ทนายอนันต์ชัยยังระบุว่า
กรณีนี้ อาจเข้าข่ายผิดพระวินัยขั้นร้ายแรง
ถึงระดับ “ทุติยปราชิก”
สรุปชัด
“ต้นกระถินป่า” ไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดา
แต่คือ “ทรัพย์ของรัฐ”
การตัดโดยไม่ได้รับอนุญาต = ผิดทั้งอาญา แพ่ง และอาจลามถึงวินัยสงฆ์