กลาโหม เคลียร์ปล่อยตัว 18 เชลยศึก ไม่ได้แพ้ทางการทูต
บวรวัฒน์ อีจัน
2 มกราคม 2569

จากกรณี (31 ธ.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศ แถลงการณ์ยืนยัน ฝ่ายไทยดำเนินการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 ราย ที่ถูกกักตัวไว้ก่อนหน้านี้ กลับสู่บ้านเกิดตามข้อตกลง Joint Statement การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชา ที่มีการหยุดยิงปะทะต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง ตามด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนไทย ว่าการปล่อยตัวครั้งนี้ ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางการทูตหรือไม่ นั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวแล้ว

(1 ม.ค. 69) สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดแถลงการณ์จาก ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเป็นการตอบทุกประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับ การส่งตัวทหารกัมพูชา 18 คน กลับประเทศ ย้ำ ไม่ถือเป็นการแพ้ทางการทูต แต่ยึดหลักมนุษยธรรม พร้อมยืนยัน ไม่กระทบอธิปไตย
ระบุว่า
Q1 : ไทยส่งตัวทหารกัมพูชา 18 คน กลับประเทศ เพราะไทยถูกกดดันหรือ “แพ้” ทางการทูตหรือไม่?
A : ไม่ถือว่าไทยถูกกดดันหรือแพ้ทางการทูต แต่เป็นข้อได้เปรียบ การส่งตัวกลับเป็นการดำเนินการ ตามกรอบที่ตกลงร่วมกันในกลไก ที่เป็นทางการ สะท้อนให้เห็นว่าไทยทำตามคำพูดและยึดหลักมนุษยธรรมตามแนวปฏิบัติสากลเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดความตึงเครียด โดยไทยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่กระทบสิทธิหรืออธิปไตย
Q2 : ไทยมองอย่างไรที่สื่อกัมพูชานำเสนอว่าเป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่” ?
A : เป็นสิ่งที่สามารถดำเนินกันได้ตามถ้อยแถลงร่วมที่สองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ เป็นการบรรลุข้อตกลงร่วมกันทั้งนี้ ไทยไม่ก้าวล่วงการสื่อสารภายในของประเทศอื่น แต่ไทยขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ลดวาทกรรมที่อาจยกระดับความตึงเครียด และร่วมกันสนับสนุนบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ
Q3 : การส่งตัวกลับครั้งนี้ถือเป็น “การแลกเปลี่ยน” หรือมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ ?
A : เป็นการดำเนินการตามกรอบที่ตกลงร่วมกันและมาตรการลดความตึงเครียด โดยไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กระบวนการยุติการปะทะดำเนินการได้จริง

Q4 : ไทยยืนยันได้หรือไม่ว่าการส่งตัวกลับไม่ใช่การยอมรับข้อกล่าวหา/ข้อเรียกร้องของกัมพูชา?
A : ไทยยืนยันชัดเจนว่า การดำเนินการด้านมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามกลไกที่ตกลงร่วมกัน ไม่ใช่การยอมรับข้อกล่าวอ้างของฝ่ายใด และไม่ทำให้สิทธิของไทยในประเด็นอธิปไตยหรือเขตแดนเปลี่ยนแปลงไป
Q5 : ผู้ถูกควบคุมตัวได้รับการปฏิบัติอย่างไรในช่วงที่ผ่านมา?
A: ไทยยึดหลักมนุษยธรรมและมาตรฐานสากลในการดูแลผู้ถูกควบคุมตัว รวมถึงการคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความปลอดภัย โดยดำเนินการภายใต้กรอบที่เหมาะสม
Q6 : มีข้อกล่าวหาว่าไทยควบคุมตัว “นานเกินไป” ไทยตอบอย่างไร?
A : ไทยปฏิบัติตามหลักสากลอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด การดำเนินการทั้งหมดพิจารณาบนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชน และข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยที่ผ่านมา การปล่อยตัวทหารกัมพูชาเกิดขึ้นไม่ได้ ในขณะที่สองฝ่ายยังเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน
Q7 : ไทยกังวลหรือไม่ว่าอีกฝ่ายจะใช้เรื่องนี้สร้างกระแสชาตินิยม/ยั่วยุให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียด?
A : ที่ผ่านมาไทยให้ความสำคัญกับการทำให้การลดความตึงเครียดเกิดผลต่อเนื่อง ไทยขอความร่วมมือ ให้ทุกฝ่ายสื่อสารด้วยความรับผิดชอบ ยึดข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงถ้อยคำหรือการกระทำที่อาจยั่วยุให้เกิดความเข้าใจผิด และคุ้มครองประชาชนเป็นลำดับแรก
Q8 : ประเด็น “ไทยได้พื้นที่คืน/กัมพูชาเสียพื้นที่” ศูนย์แถลงข่าวตอบอย่างไร?
A : ประเด็นเขตแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอยู่ในกระบวนการตามกลไกที่เป็นทางการ ไทยขอย้ำว่า ไม่ควรสรุปแบบชนะ-แพ้จากข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ และขอให้ยึดการสื่อสารของหน่วยงานรัฐ และกลไกที่ตกลงร่วมกันเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและความตึงเครียดเพิ่มขึ้น
Q9 : หลังจากนี้ไทยจะดำเนินการทางการทูตอย่างไร?
A : ไทยสนับสนุนการใช้กลไกที่เป็นทางการ การสื่อสารที่สร้างสรรค์ และมาตรการลดความตึงเครียด เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาความพร้อมด้านความมั่นคงตามความจำเป็น และการคุ้มครองประชาชนตามแนวชายแดน
Q10 : ฝากข้อความถึงประชาชนไทยและประชาชนในพื้นที่ชายแดน
A: รัฐบาลและกองทัพให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน ขอให้ติดตามข้อมูล จากช่องทางทางการ งดแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ และร่วมกันรักษาบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพ ขณะเดียวกันไทยยังคงยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่
“ไทยส่งตัวกลับตามกรอบที่ตกลงร่วมกันและหลักมนุษยธรรม เพื่อคลี่คลายสถานการณ์”
“การดำเนินการนี้ ไม่กระทบสิทธิ/อธิปไตย และไม่ใช่การยอมรับข้อกล่าวอ้างฝ่ายใด”
“ไทยขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ลดวาทกรรมยั่วยุ และร่วมกันสร้างสันติภาพเพื่อประชาชน”
ขอบคุณข้อมูล : สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม