อัปเดต ไร่ละ 1,000 เกษตรกรไม่ได้รับเงินเร่งตรวจสอบก่อน 30 ก.ย. 68

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

16 กันยายน 2568

อัปเดต ไร่ละ 1,000 เกษตรกรไม่ได้รับเงินเร่งตรวจสอบก่อน 30 ก.ย. 68

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ความคืบหน้าการส่งข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ข้อมูล ณ วันที่ 15 กันยายน 2568 รายละเอียดดังนี้

โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังฯ

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดส่งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. แล้วจำนวน 845,122 ครัวเรือน 2568 โดย ธ.ก.ส. ได้เริ่มทยอยจ่ายเงินตามรอบการโอนเงินแล้ว และในวันที่ 15 ก.ย. 2568 จะส่งเพิ่มเติมอีก จำนวน 4,779 ครัวเรือน สำหรับข้อมูลคงเหลือเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง และดำเนินการอย่างรัดกุม ส่วนเกษตรกรที่ทำนาปรังและตรวจเช็คสถานะแล้ว พบว่าไม่ได้รับเงินขอให้ตรวจสอบและติดตามแก้ไขก่อนสิ้นสุดโครงการ 30 ก.ย. 2568 นี้

โครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีฯ 2568/69

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดส่งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. แล้ว จำนวน 1,820,015 ครัวเรือน โดย ธ.ก.ส. ได้เริ่มทยอยจ่ายเงินตามรอบการโอนเงินแล้ว และในวันที่ 15 กันยายน 2568 จะส่งเพิ่มเติมอีกประมาณ 1.57 ล้านครัวเรือน รวมแล้วกว่า 3.39 ล้านครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 73.20 ของโครงการ และร้อยละ 76.43 ของจำนวนเกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร

สำหรับเกษตรกรที่ยังคงเหลือตามเป้าหมายโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีฯ 2568/69 ประมาณ 1.7 ล้านครัวเรือน อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบตามคู่มือการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2568/2569 เช่น การปิดประกาศ การประชาคม โดยเกษตรกรจะต้องลงลายมือชื่อรับรองการประชาคมทุกครั้ง เพื่อรับรองข้อมูลของตนเอง ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ กรมส่งเสริมการเกษตรจะตรวจสอบความถูกต้อง และตัดยอดตามรอบการรวบรวมข้อมูล (เดือนละ 2 ครั้ง) จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ

ทั้งนี้ ช่วงการเพาะปลูกข้าวนาปี 2568/69 ของไทย จะอยู่ในช่วงเดือนเม.ย. – ต.ค. 2568 ซึ่งแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ และสภาพภูมิอากาศ และสำหรับภาคใต้ 9 จังหวัด ช่วงการเพาะปลูกข้าวนาปี 2568/69 ของไทย จะอยู่ในช่วงเดือนมิ.ย. 2568 – ก.พ. 2569 ดังนั้น ข้อมูลเกษตรกรจะทยอยส่งให้ ธ.ก.ส. จนถึงเดือนส.ค. 2569 ตามรอบการเพาะปลูกของเกษตรกร ด้วยเหตุผลข้างต้น จากนั้น ธ.ก.ส. จะดำเนินการตรวจสอบและโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกร จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ ในเดือนก.ย. 2569

นายพีรพันธ์ กล่าวเสริมว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด ช่วงการเพาะปลูกข้าวนาปี 2568/69 จะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนมิ.ย. 2568 – ก.พ. 2569 เกษตรกรหลังจากการเพาะปลูก 15 – 60 วัน ให้สามารถดำเนินการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร

“ขอเน้นย้ำเกษตรกรที่แจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว ให้ตรวจสอบและลงชื่อในแบบติดประกาศ และ/หรือเข้าร่วมและลงชื่อในการประชาคม เนื่องจากเกษตรกรต้องรับรองข้อมูลของตนเอง หากไม่ลงลายมือชื่อ จะถือว่าไม่ผ่านการตรวจสอบและข้อมูลจะไม่ถูกส่งเข้าร่วมโครงการ” นายพีรพันธ์ ระบุ

เกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและสถานะการเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่

  • สำนักงานเกษตรอำเภอที่แจ้งขึ้นทะเบียน
  • แอปพลิเคชัน FARMBOOK
  • เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th
    สำหรับตรวจสอบการโอนเงิน ของ ธ.ก.ส. เช็คได้ที่
  • เว็บไซต์ https://govtransfer.baac.or.th
  • แอปพลิเคชัน BAAC Mobile
  • บริการ LINE Official BAAC Family

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และโปรดมั่นใจว่า ไม่มีการตัดสิทธิ์โดยไม่เป็นธรรม กรมส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบราชการ ทุกประการ เพื่อรักษาความเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้