เริ่มต้นขึ้นสักที! “บก.ทท.” เปิดแบบสร้างรั้วชายแดน ไทย-เขมร แล้ว

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

17 ตุลาคม 2568

เริ่มต้นขึ้นสักที! “บก.ทท.” เปิดแบบสร้างรั้วชายแดน ไทย-เขมร แล้ว

เตรียมเลย! เปิดแบบแผนสร้างแนวกั้นรั้วชายแดนแล้ว  

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.68 ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ เฝ้ารับพระราชทานพระนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญตามวัตถุประสงค์ของ “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์  ด้านผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบทูลถวายรายงานถึงแผนการขับเคลื่อนดำเนินงานของ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมีประเด็นของแผนที่การสำรวจ การจัดทำหลักเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชา จุดที่สามารถก่อสร้างรั้วชายแดน ขั้นตอนการดำเนินการ แบบของการก่อสร้างรั้วชายแดน ถนนตรวจการณ์ และบังเกอร์บุคคล 

ทั้งนี้ ในส่วนของแผนที่การสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา ความยาวรวม 798 กิโลเมตร ได้มีการปักหลักเขตแดนไว้อีก 74 หลัก โดยเริ่มจากหลักเขตแดนที่ 1 ที่ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และปักหลักต่อ ๆ ไปทางทิศตะวันตกไปทาง จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และสิ้นสุดที่หลักเขตแดนที่ 73 อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยหลักเขตแดนแต่ละหลักจะปักไปตามลักษณะภูมิประเทศธรรมชาติ และสำหรับเขตแดนที่ 52-59 มีที่ตั้งอยู่ในอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ติดต่อกับอำเภอกอมเรียง จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา โดยจะกำหนดแนวเขตแดนเป็นเส้นตรงระหว่างหลักต่อหลัก ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52 ถึง 59 รวม 8 หลัก รวมระยะทาง 8.4 กิโลเมตร และทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันในที่ตั้งหลักเขตแดน 

ในส่วนแผนการดำเนินงานจุดที่สามารถก่อสร้างรั้วชายแดน และขั้นตอนการดำเนินการ โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เห็นชอบให้สร้างรั้วในบริเวณที่ตกลงเรื่องเขตแดนได้ในพื้นที่ที่เหมาะสม รูปแบบรั้วที่จะก่อสร้างให้มีความเหมาะสมตามสภาพภูมิประเทศ ทั้งนี้ มอบหมายให้กองบัญชาการกองทัพไทยรับผิดชอบในการพิจารณา ทั้งนี้ จุดที่จะสามารถดำเนินการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คือ บริเวณหลักเขตแดนที่ 52-59 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยจะเริ่มดำเนินการบริเวณหลักเขตแดนที่ 52-54  

นอกจากนี้ ในการก่อสร้างรั้วชายแดน จะดำเนินการออกแบบให้มีคุณลักษณะคงทน ถาวร สามารถป้องกันการบุกรุกทำลาย รื้อถอน หรือการลักลอบข้ามแดนทั้งการขุดลอดและการปีนข้าม เป็นรั้วความสูง 3.50 เมตร มีครึ่งล่างของรั้วเป็นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ครึ่งบนเป็นตะแกรงเหล็กชุบอลูชิงค์ มีความทนทาน วางด้านบนด้วยลวดหนามหีบเพลงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 ซม. และมีการก่อสร้างถนนตรวจการณ์ผิวจราจรลูกรัง กว้าง 5 เมตร ในส่วนของบังเกอร์บุคคล ผลิตด้วยคอนกรีตคุณภาพสูง เป็นลักษณะชิ้นส่วนสำเร็จรูป ความสูง 2.1 เมตร กว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตร ผนังหนา 15 เซนติเมตร ซึ่งภาพรวมผลการทดสอบสามารถต้านทานแรงกระสุน และระเบิดขนาดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี 

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพไทยดำเนินการได้ทันที ด้วยทรงห่วงใยในความปลอดภัย คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้านความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา  

ขณะเดียวกัน กองบัญชากองทัพไทย ได้ออกมาเปิดเผยแบบโครงสร้างคร่าวๆของ การสร้างรั้วคอนกรีตสำเร็จรูป ครึ่งตะแกรงเหล็ก ชุบอลูซิงค์ ติด ลวดหนามหีบเพลง ที่จะสร้างกั้นชายแดนไทย-กัมพูชา โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมถนนตรวจการณ์ โดยติดตั้ง มีส่วนประกอบดังนี้  

– ลวดหนามหีบเพลง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร ราคาเมตรละ 210 บาท 

– รั้วตะแกรงเหล็กชุบอลูซิงค์ระยะห่าง 2 เซนติเมตร พร้อมอุปกรณ์ ป้องกันปืนป่าย ราคาเมตรละ 3,100 บาท 

– ทับหลังสำเร็จรูป ขนาดหน้าตัด 20×15 เซนติเมตร ราคาเมตรละ 420 บาท 

– แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ขนาด 3.00 X 0.25 เมตรทหนา 7.5 ชม. (5แผ่น) ราคาเมตรละ 1,020 บาท 

– คานคอดินสำเร็จรูป ขนาด 65×20 เซนติเมตร ราคาเมตรละ 620 บาท 

– ตอม่อขนาด 1.00 x 1.00 เมตร ราคาชุดละ 550 บาท 

– เสาสำเร็จรูป ขนาดหน้าตัด 20×20 เซนติเมตร ราคาเมตรละ 1,260 บาท 

– ค่าปรับพื้นที่ถากถาง ขุดดิน ทำตอม่อ และ คานคอดิน ราคาเมตรละ 180 บาท 

รวมค่าก่อสร้างรั้ว ราคาเมตรละ 7,360 บาม ราคาต่อกิโลเมตรละ 7,360,000 บาท 

พร้อมทั้งสร้างถนนตรวจการณ์ ที่มีผิวจราจรเป็นลูกรังกว้าง 5 เมตร เป็นพื้นลูกรังบดอัดแน่น 3 ชั้น ราคา 1,300, 000 บาทต่อกิโลเมตร เมื่อรวมค่าก่อสร้างทั้งหมด กิโลเมตรละ 8,660,000 บาท ต่อกิโลเมตร   

ก็ต้องตามกันดูต่อนะคะแต่แค่ได้เห็นแบบบขึ้นแบบนี้แล้ว เชื่อว่าคนไทยคงตั้งตารอนะคะ  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิหทัยทิพย์ , เฟซบุ๊ก  Somchai Song Pongbokul