“ผอ.เลือกตั้ง” ชลบุรี เขต 1 ลุยเอาผิด “เฟิร์น” พร้อมพวก บุกขวางรวมหีบเลือกตั้ง

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

12 กุมภาพันธ์ 2569

“ผอ.เลือกตั้ง” ชลบุรี เขต 1 ลุยเอาผิด “เฟิร์น” พร้อมพวก บุกขวางรวมหีบเลือกตั้ง

ท่ามกลางเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้น ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง 2569 เมื่อ (8 ก.พ. 69) ที่หน่วยเลือกตั้ง เขต 1 จังหวัดชลบุรี โดยมวลชนกว่า 1,000 ชีวิต รวมตัวประท้วงการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมเรียกร้องให้เกิดการนับคะแนนใหม่ ซึ่งผู้ชนะอย่างไม่เป็นทางการในพื้นที่ดังกล่าวคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น (พรรคภูมิใจไทย) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 3 และวันนี้ถือเป็นเดดไลน์ที่ กกต. เตรียมพิจารณาว่าจะมีบทสรุปเรื่องดังกล่าวอย่างไร อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งในพื้นที่ ได้ดำเนินคดีเอาผิดต่อแกนนำผู้ประท้วงนี้แล้ว

(11 ก.พ. 69) มีรายงานว่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบุคคลจำนวน 2 ราย ภายหลังเกิดเหตุบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ระหว่างกระบวนการรับมอบและยุบรวมหีบเลือกตั้ง 

สืบเนื่องจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตการเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี มีประกาศกำหนดให้สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี เป็นสถานที่รวมคะแนนการเลือกตั้ง รับมอบหีบเลือกตั้งภายหลังปิดการลงคะแนน และดำเนินการยุบรวมหีบเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคล ร่วมกันบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหน้าที่รับหีบเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้ง เพื่อนำไปยุบรวมพร้อมวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 

กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันนำใบรวมคะแนนดิบของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 เทศบาลเมืองแสนสุข ออกจากความครอบครองของทางราชการ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับ และไม่สามารถส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้ง วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ได้ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ 

1. นางสาวมนัสนนัทน์ กรเกษม (ตอง) 

2. นางสาวกนกวรรณ สร้อยสม (เฟิร์น) 

ในความผิดฐานบุกรุกขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยกระบวนการทางกฎหมายจะเป็นไปตามขั้นตอนต่อไป 

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว