ผอ.ทุ่นระเบิดเขมร อ้าง ไทยยิงปืนใหญ่ใส่ฝ่ายเดียว กัมพูชา อดกลั้นไม่โต้ตอบ !

แมงปอ อีจัน

แมงปอ อีจัน

28 กันยายน 2568

ผอ.ทุ่นระเบิดเขมร อ้าง ไทยยิงปืนใหญ่ใส่ฝ่ายเดียว กัมพูชา อดกลั้นไม่โต้ตอบ !

ผอ.ทุ่นระเบิดเขมร งัดหลักฐาน ไทยยิงปืนใหญ่ใส่อยู่ฝ่ายเดียว อย่าถามว่าใครยิงก่อน เพราะเขมรไม่ได้โต้ตอบ ?

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานีเกิดเสียงดังคล้ายระเบิด คล้ายวย่ามีการปะทะนั้น

ล่าสุด นายแฮง รัตนา ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (CMAA) ออกมาเคลื่อนไหวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

เหตุการณ์การยิงปืนใหญ่ (ปืนครก) ของทหารไทย ที่ดินแดนของกัมพูชา และฐานกองกำลังกัมพูชานั้น พบว่าฝ่ายไทยเริ่มยิงเมื่อเวลา 11.52 น. ของวันที่ 27 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นการยิงมาที่กัมพูชาก่อนอย่างชัดเจนไม่สามารถปฏิเสธได้! เพราะกองกำลังกัมพูชาปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างอดทนโดยไม่ได้ยิงตอบ

เหตุการณ์การยิงปืนใหญ่ในวันนี้คล้ายกับกรณีที่ทหารไทยคนหนึ่ง ยิงเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้าน Phluk Damrey ตำบล Thma Da อำเภอ Veal Veng จังหวัด Pursat เมื่อเวลา 05.01 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม 2025 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายพื้นที่การสู้รบตามแนวชายแดน การที่ไทยยิงเข้ามาอยู่ฝ่ายเดียว หากมีคำถามว่าใครยิงก่อน แน่นอนว่าฝ่ายที่ยิงเข้ามาฝ่ายเดียวเป็นคนยิงก่อน นั่นหมายถึงฝ่ายไทย

นายแฮง รัตนา ยังโพสต์อีกว่า ตามคำกล่าวของสมเด็จเตโช แนะนำให้เก็บรักษาหลักฐานการยิงนี้ไว้อย่างสำคัญ สำหรับกรณีทหารยิงในพื้นที่หมู่บ้าน Thma Da ก่อนหน้านี้ กองกำลังหน่วย CMAC ได้ร่วมมือกับกองทัพในการตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และสามารถระบุได้ว่า มีปืนใหญ่ขนาด 105 มม. จำนวน 6 นัดที่ระเบิด จากทั้งหมด 21 นัด โดยวิเคราะห์เศษกระสุน 105 มม. ผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีกระสุนจำนวน 4 นัด มีการตรวจพบสารพิษ WP หรือสารเคมีฟอสฟอรัสขาว และอีก 2 นัดเป็นกระสุนระเบิดสังหารบุคคล

ตามการวิเคราะห์นี้ สามารถระบุได้ชัดเจนว่ากระสุนดังกล่าวผลิตในประเทศใด และใครเป็นผู้ใช้กระสุนอย่างชัดเจน หลักฐานทั้งหมดยืนยันอย่างชัดเจนว่าฝ่ายไทย ยิงเข้ามายังดินแดนกัมพูชา และกองกำลังกัมพูชาไม่ได้ยิงตอบโต้แต่อย่างใด ไม่มีข้อแก้ต่างอื่นใดที่สามารถอธิบายได้ว่าใครเป็นคนยิงก่อน ดังนั้น กรณีการระเบิดอาวุธเมื่อวันที่ 27 กันยายนนี้ ก็เช่นเดียวกัน ฝ่ายไทยเป็นผู้ยิง ดังนั้นจึงแน่ชัดว่าฝ่ายไทยยิงก่อนอย่างแท้จริง เพราะกัมพูชาไม่ได้ใช้อาวุธโต้ตอบ

ในขณะที่กองทัพบกไทย โดยพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา มีการยิงยั่วยุสร้างสถานการณ์จากฝ่ายกัมพูชาทั้งปืนกล และเครื่องยิงลูกระเบิด โดยฝ่ายไทยไม่ได้โต้ตอบ และยืนยันไม่มีการปะทะ

โดยไล่ไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายไทย ดังนี้

11.55 – พบเสียงปืน ค.และปืนกล จากฝ่ายกัมพูชา บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า

12.00 – พบเสียงปืน ค.จากเนิน 677 ไปยังเนิน 600

11.55-11.07 – ฝ่ายกัมพูชา ยิงเครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. และปืนเล็กยาวใส่เนิน 600

12.10 – ฝ่ายกัมพูชายิงปืนกล 93 ใส่เนิน 527 (3ชุด ชุดละ 5 นัด) ฝ่ายไทยยิงตอบโต้

12.16 – ฝ่ายกัมพูชายิงปืนเล็กยาวใส่เนิน 600 ฝ่ายไทยยิงตอบโต้

12.23-12.35 – ฝ่ายกัมพูชายิงปืนไม่ทราบชนิด 3 นัด และ ค.รวม 11 นัด จากพื้นที่ช่องอานม้า ไม่ทราบเป้าหมาย

13.00 – ฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่าจะมีคณะ IOT กัมพูชาเดินทางเข้าพื้นที่ช่องอานม้าในช่วงบ่าย

13.15 – พลโทหญิงมาลี ได้ออกมาแถลงชี้แจงบิดเบือนว่าไทยโจมตี สมเด็จฮุนเซน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อขยายผล

13.30 – พื้นที่ช่องอานม้าไม่ปรากฏการยิงเพิ่มเติม ทั้งสองฝ่ายตรึงกำลังประจำแนว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังตรึงกำลังตลอดแนวชายแดน