อัพเดต “บัตรคนจน” เดือน ต.ค.67 เงินออกวันไหน-จ่ายอะไรบ้าง
ต้นกุมภาฯ อีจัน
30 กันยายน 2567

วันนี้ (30 ก.ย.67) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมีการทบทวนโครงการทุกๆ 2 ปี โดยรอบการทบทวนครั้งใหม่คาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือนต.ค.68 หรือปลายปี 68 ซึ่งจะมีการเปิดลงทะเบียนครั้งใหม่ เพื่อทบทวนผู้เข้าเงื่อนไขโครงการสวัสดิการของรัฐ
“สำหรับคนที่เคยได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ ปี 2565 หลังจากมีการเปิดลงทะเบียนรอบล่าสุด ก็จะไม่ได้รับสิทธิเงิน 10,000 บาท จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ“นายจุลพันธ์กล่าว
ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้รายงาน โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งในเดือนต.ค.67 ได้รับสิทธิ ดังนี้
วันที่ 1 ต.ค.67 (เป็นวงเงินสิทธิไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)
- วงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (ก.ค. – ก.ย. 67)
- วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน (ประกอบด้วย บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ)
ส่วนลดค่าไฟ-ค่าน้ำประปา สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนขอรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.66 เป็นต้นไป กรมบัญชีกลาง โอนจ่ายตรงให้ผู้บริการ
- ส่วนลดค่าไฟฟ้า จำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- ส่วนลดค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
วันที่ 20 ต.ค.67
- เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน ที่ยืนยันตัวตน 27 ก.ค. – 26 ส.ค. 67 จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง (โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิหรือบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท)
ทั้งนี้ สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 โดยรัฐบาลโอนเงิน 10,000 บาท เฟสแรกให้กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 25 – 30 ก.ย.67 โดยโอนให้เรียงลำดับตามเลขท้ายบัตรประชาชน สำหรับผลการโอนเงินระหว่างวันที่ 25-27 ก.ย.67 กรมบัญชีกลางได้โอนไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 12.19 ล้านราย ปรากฏว่าโอนเงินสำเร็จ 11,864,226 ราย, โอนเงินไม่สำเร็จ 319,818 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.62 รวมวงเงินที่โอนสำเร็จ 118,642.26 ล้านบาท