เด็ก 14 คู่กรณีหมอเหรียญทอง ยอมรับแล้ว! ผงสีขาวคือ “เฮโรอีน”

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

16 พฤษภาคม 2567

เด็ก 14 คู่กรณีหมอเหรียญทอง ยอมรับแล้ว! ผงสีขาวคือ “เฮโรอีน”

จากกรณีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ตบหน้าเด็กอายุ 14 ปี หลังฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในห้องน้ำภายในโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และได้บังคับให้เด็กถอดเสื้อผ้า พร้อมไล่ออกจากพื้นที่ รพ. และได้ยึดเสื้อผ้าของเด็กเอาไว้ตั้งแต่ค่ำของวันที่ 14 พ.ค.67 ที่ผ่านมา ก่อนแม่จะพาเด็กไปแจ้งความ ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ในคืนเดียวกัน และวันต่อมา ทนายรัชพล ศิริสาคร พาแม่และเด็กชายวัย 14 ปี เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม  

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (15 พ.ค.67) แม่ของเด็กวัย 14 ปี เดินทาง ไปที่ รพ. มงกุฎวัฒนะ เพื่อรับโทรศัพท์มือถือ และเสื้อผ้าของเด็ก ที่ นพ.เหรียญทอง ยึดไว้ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหยิบถุงใส่เสื้อผ้าเด็กวัย 14 ปี มาให้ กลับพบมีถุงซิปล็อคขนาดเล็ก ภายในบรรจุผงสีขาว และไฟแช็กอยู่ก้นถุง 

แม่ของเด็ก ยอมรับว่า ตกใจที่เห็นถุงซิปล็อกที่มีผงสีขาว คล้ายยาเสพติด ในถุงเสื้อผ้า โดยขณะนี้ยังไม่ฟันธงว่าวัตถุดังกล่าว เป็นของลูกชายหรือไม่ เพราะยังไม่ได้คุยกับลูกชาย แต่ถ้าหลังจากนี้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของลูกชายก็จะพาไปตรวจหาสารเสพติด แต่หากผลตรวจออกมาว่าลูกชายเสพสารเสพติด ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยที่ผ่านมาตนไม่ทราบว่า ลูกชายเคยมีประวัติเสพสารเสพติดหรือไม่ จากการสอบถามพนักงานของโรงพยาบาล พนักงานคนดังกล่าวก็ไม่ทราบว่ายาเสพติดมาได้อย่างไร ส่วนตัวก็ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดวันเกิดเหตุจึงไม่เจอถุงบรรจุวัตถุคล้ายยาเสพติด 

ขณะที่เด็ก อายุ14 ปี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยยอมรับว่า ซองดังกล่าวเป็นของตนจริง เป็นสารเสพติดประเภทเฮโรอีน ซื้อมาในราคา 50 บาท เพื่อเอาไว้ดม ไม่รู้ผิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้ที่เรียกแป้งเพราะรุ่นพี่บอกว่ามันคือแป้ง 

ด้านพ.ต.อ.ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นให้ พนง.สอบสวน นำหลักฐานทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ ทรัพย์สิน และซองพลาสติกต้องสงสัยมาตรวจสอบเบื่องต้นแล้ว โดยซองดังกล่าวจะถูกส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจตรวจสอบผงสีขาวว่าเป็นสารเสพติดประเภทใดและเป็นของผู้ใด เนื่องจากเสื้อผ้าถูก จนท.ของรพ.ยึดไว้ตั้งแต่คืนเกิดเหตุ ส่วนเรื่องที่เยาวชนอายุ14ปี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและยอมรับว่าซื้อเฮโรอีน ดังกล่าวในราคา 50 บาท ในวันที่ 16 พ.ค.67 ทางพนง.สอบสวนจะเชิญแม่และเยาวชนมาสอบปากคำพร้อมสหวิชาชีพ ส่วนซองพลาสติกต้องสงสัยหากเด็กรับสารภาพกับตำรวจว่าเป็นยาเสพติดของตนจริง ก็จะนำคำให้การไปรวบรวมกับผลตรวจสอบซองพลาสติกของกองพิสูจน์หลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฏหมายต่อไป 

ต่อมา หมอเหรียญทอง ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ได้โปรดแชร์ให้ทราบว่าซองบรรจุผงที่ร่วงหล่นออกมาจากกางเกงของไอ้กุ๊ย ท่านผู้รู้ได้โปรดให้ข้อมูลผมด้วยว่าน่าจะเป็นผงอะไร อย่างไรก็ตามผมเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง มาตรวจ และขอให้ตรวจสอบประวัติยาเสพติดไอ้กุ๊ยขยะสังคมแล้ว 

ซองบรรจุผงร่วงหล่นจากกางเกงของไอ้กุ๊ยโดยปรากฎขึ้นต่อหน้าแม่ของไอ้กุ๊ย, สส.(หลักสี่), สส.(บางซื่อ) และนักข่าวที่เดินทางมาทำข่าวแม่ของไอ้กุ๊ยเดินทางมารับสิ่งของที่ผมยึดคืน หากเป็นผงยาเสพติดจริง จะเป็นผงอะไรครับ ท่าทางไอ้กุ๊ยตัวนี้มันดูพิรุธมากและน่าสงสัยว่าจะติดยาเสพติดซึ่งหากเป็นเรื่องจริง ผมขอให้ ปปส.หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ขยายผลไปถึงขบวนการผู้ค้ายาเสพติดด้วย 

ผมขอความกรุณาเจ้าหน้าที่ ปปส. และ/หรือท่านทั้งหลายได้โปรดให้ข้อมูลไอ้กุ๊ยตัวนี้ในเรื่องผิดกฎหมายให้ผมด้วยครับ ทั้งนี้ผมจะขยายผลการดำเนินการกับไอ้กุ๊ยตัวนี้ทันที 

หมายเหตุ ผมขอความกรุณาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของไอ้กุ๊ยตัวนี้ แล้วน่าจะปรากฎรายชื่อผู้ค้ายาเสพติดและขบวนการด้วย ไม่แน่นะครับ ครอบครัวไอ้กุ๊ยอาจจะเกี่ยวข้องหรือรู้ตัวขบวนการยาเสพติดด้วย”