เมื่อโรงเรียนไม่ตอบโจทย์ชีวิต “น้องแอรี่” สาวน้อยวัย 13 ขวบ ออกมาเรียน สกร. ควบคู่ Home School เดินหน้าทำตามฝัน
แมงปอ อีจัน
9 มีนาคม 2569

Home School ทางเลือกใหม่ในการเรียนรู้ ที่คนไทยหลายคนยังเข้าไม่ถึง เด็กที่ไม่ได้เข้าโรงเรียน จะเรียนรู้ได้เท่าคนอื่นจริงเหรอ?
หลายๆ คนคงเคยรู้จักการเรียน Home School หรือการเรียนนอกระบบโรงเรียนอย่าง กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) หรือ สกร. (กรมส่งเสริมการเรียนรู้) ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นการเรียนการสอน ที่เด็กไม่ต้องไปโรงเรียน แต่หลายคนยังไม่มั่นใจในระบบนี้ ว่าเด็กจะเรียนรู้ได้จริงเหรอ อีจันจะพามาทำความรู้จักกับครอบครัว “แซ่เจ๋า” ครอบครัวเล็กๆ จากดอยแม่สลอง ที่พาลูกๆ ออกไปใช้ชีวิต เดินตามทางฝัน และเรียนรู้ในระบบเหล่านี้ แทนการไปโรงเรียนค่ะ


อีจันได้เจอกับ “น้องแอรี่” แอรี่เม แซ่เจ๋า สาวน้อยวัย 13 ปี ที่หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในช่อง Freshliday ชีวิตสดใหม่ทุกวัน และรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์ อีจันได้มาเจอแอรี่ถึงดอยแม่สลองเลยค่ะ ครั้งนี้เราได้เจอกับครอบครัวแอรี่ และ “คุณพ่อเษม” เกษม แซ่เจ๋า ด้วย
น้องแอรี่ คือหนึ่งในคนที่เรียนนอกระบบโรงเรียนค่ะ คุณพ่อเล่าว่า ก่อนหน้านี้แอรี่ก็เข้าเรียนในชั้นอนุบาลเหมือนเด็กทั่วไป กระทั่งจบอนุบาลคุณพ่อจึงพาแอรี่มาเรียนระบบ Home School โดยมีคุณพ่อคอยดูแล คอยสอนวิชาต่างๆ แต่วิชาเหล่านี้ไม่ใช่วิชาในห้องเรียนทั่วไป แต่คือ “วิชาชีวิต”




ย้อนกลับไปในช่วงโควิดระบาดในไทย ตอนนั้นครอบครัวแซ่เจ๋า ยังอยู่กันที่กรุงเทพค่ะ แต่ด้วยความรุนแรงของโรคร้าย ทั้งบ้านเลยต้องย้ายกันมาที่บ้านเกิดของคุณพ่อคือ “ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย” ที่นี่มีธรรมชาติ ป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร เด็กกรุงเทพฯ อย่างหนูน้อยแอรี่ กลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักนิด หนูน้อยอยู่กับวิถีบ้านๆ ได้นานหลายชั่วโมงต่อวัน นั่นทำให้ครอบครัวตัดสินใจ ย้ายมาอยู่ที่ดอยแม่สลองค่ะ ใช้ชีวิตแบบวิถีบ้านๆ ปลูกผัก เข้าสวน หาปลา ทำอาหาร แอรี่มีคุณพ่อคอยสอน คอยดูแลและให้คำแนะนำในทุกก้าวของชีวิต
5 ทักษะจากพ่อเษม สอนให้แอรี่เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ แม้ไม่ได้เข้าโรงเรียนแบบเพื่อนคนอื่น แต่ทักษะเหล่านี้ อาจหาไม่ได้ในโรงเรียน
อย่างแรกคือ ทักษะการสื่อสาร คุณพ่อบอกว่าการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นประตูบานแรกที่จะต้องสนทนากับผู้คน
ทักษะที่สอง คือ ความฉลาดทางด้านอารมณ์ ไม่ใช่แค่อีคิวดี แต่ต้องแยกแยะและควบคุมอารมณ์ได้ คุณพ่อมักจะตั้งใจพาเดินผ่านร้านของเล่น และไม่ให้ซื้อ ช่วงแรกๆ ลูกร้องไห้โวยวาย แต่นั่นทำให้เขาได้เรียนรู้การรุ้จักควบคุมอารมณ์ เรียนรู้ความผิดหวัง และจัดการความรู้สึกตัวเองได้
ทักษะที่สาม คือ ทักษะการเรียนรู้ ถ้ามีทักษะนี้คนเราสามารถเรียนรู้ได้ไม่รู้จบ โดยบ้านนี้สอนลูกโดยการไม่ตอบคำถามลูก แต่บอกวิธีการในการหาข้อมูล มาเล่าให้พ่อฟัง เพื่อจะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน
ทักษะที่สี่ คือ ทักษะการแก้ปัญหา ปัญหาต่างๆ มักถูกจำลองขึ้นมาในชีวิตประจำวัน ให้ลูกได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
และสุดท้าย การมีความคิดสร้างสรรค์ ขั้นตอนสุดท้ายของการเรียนรู้ของชีวิต ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา คุณพ่อบอกว่าทุกอย่างคือปัญหาที่จะต้องทั้งแก้และเรียนรู้ไปพร้อมกัน ที่สำคัญต้องเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ด้วย
“การศึกษาหรือการต่อยอดในตัวลูก ผมมองว่าอะไรก็ตามที่เขาสามารถมีทักษะที่เขาไปต่อยอดเองได้ นั่นคือสูงสุด ผมจบแค่ ม.6 เราไม่ได้มีความรู้มากมายมาสอนเขา สิ่งที่เราต้องทำคือเตรียมลูกให้พร้อม ผมก็เลยเน้นทักษะก่อนเลย” นี่คือมุมมองจากคนเป็นพ่อ


ในช่วงแรกที่ย้ายมาอยู่ดอยแม่สลอง แอรี่เข้าโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไปค่ะ แต่เรียนไปได้ไม่นาน ทักษะชีวิตต่างๆ ที่เคยได้เรียนรู้จากคุณพ่อ รวมไปถึงการทำงานหาเงิน กลับหาไม่ได้ที่โรงเรียน “เขาไม่สอนหนูหาเงิน” เหตุผลนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กน้อยคนหนึ่ง ตัดสินใจลาออก !
แอรี่ มาเข้าเรียนในระบบ สกร. ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยเทียบโอนมาค่ะ ที่นี่แม้จะไม่ต้องนั่งเรียนในห้องเรียน แต่เด็กทุกคนจะได้เรียนวิชาสามัญทั่วไป ครบทุกวิชา เทียบเท่าหลักสูตรในโรงเรียน การเรียน สกร. ได้ทั้งอิสระด้านเวลา ความสนใจ นั่นทำให้แอรี่มีเวลาเดินตามความฝันมากขึ้นค่ะ

เชฟ นักร้อง เจ้าของกิจการอาหารและเครื่องดื่ม ความฝันที่ยิ่งใหญ่ 3 อย่างนี้ของเด็กวัย 13 ขวบ ทุกคนเชื่อไหมคะ ว่าเขาสามารถคว้ามันมาได้แล้วจริงๆ แม้จะยังไม่ถึงจุดสูงสุด แต่นั่นก็ทำให้ทั้งแอรี่และครอบครัว ภูมิใจมากๆ




การได้มีเวลานอกห้องเรียน มาเข้าสวนปลูกผักกับคุณพ่อ ได้มาเรียนรู้ธุรกิจขายผักออแกนิกส่งทั่วประเทศ นั่นทำให้แอรี่เดินนำคนอื่นในวัยเดียวกันไปแล้ว นอกจากนี้ แอรี่ยังรู้ตัวได้เร็วค่ะ ว่าตัวเองชอบทำอาหาร จึงใช้เวลาว่างจากการเรียน สกร. มาหัดทำอาหารกับคุณพ่อ แม้ไม่ได้มีฝีมือมาตั้งแต่เกิด แต่ทักษะการเรียนรู้ที่พ่อสอน ก็ทำให้ฝีมือไม่แพ้ใคร จนได้เข้าไปแข่งขันในรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์ และตอนนี้แอรี่ยังได้เดินหน้าเปิดธุรกิจขายอาหาร กับความฝันอยากมีครัวกลางส่งเดลิเวอรี่ แค่ฝันไม่พอต้องลงมือทำ ตอนนี้ธุรกิจนี้กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ
แอรี่กับครัว หม้อ กระทะ ตะหลิว เป็นอะไรที่เข้ากันมากๆ อย่างที่ว่า คนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบที่หลงใหล ย่อมทำมันออกมาได้ดีเสมอ นอกจากนี้ความหลงใหลในเสียงเพลง น้องก็ยังไม่ปล่อยให้หลุดมือ การได้ฝึกเล่นกีตาร์ หัดร้องเพลง เป็นอีกความสุขที่แอรี่ชอบมากๆ


ทั้งเป็นอินฟลู ทั้งเป็นคนปลูกผัก คนขายผัก เป็นเชฟ เป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร เป็นนักร้อง นักดนตรี ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในตัวหนุน้อยวัย 13 ขวบคนนี้เลยค่ะ อย่างที่ว่า การเรียนนอกห้องเรียน ก็ได้เรียนรู้อะไรที่มากกว่า อิสระกว่าและไปได้ไกล
แต่คุณพ่อบอกว่า ไม่ใช่ว่าระบบในโรงเรียนจะไม่ดีนะคะ เพียงแต่ความต้องการในชีวิตคนเราต่างกัน เส้นทางไม่เหมือนกัน จึงเรียนรู้ได้ต่างกันเท่านั้นเอง




ขอชื่นชมคุณพ่อ คุณแม่ และน้องแอรี่มากๆ ค่ะ ที่ทำให้รู้ว่า เด็กที่ไม่ได้เรียนในกรอบ ก็เจ๋งไม่แพ้ใคร ขอแค่มีความมุ่งมั่นตั้งใจพยายาม ความฝันไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน เป็นกำลังใจให้แอรี่นะคะ ^^