ย้อนคดี 8 ทมิฬ สังหาร 8 ศพ
migrator
13 มกราคม 2564

ย้อนคดี 8 ทมิฬ สังหาร 8 ศพ
อีกไม่ถึงชั่วโมง คนไทยทั้งประเทศจะได้ฟังคำพิพากษาตัดสินคดี ฆ่ายกครัว 8 ศพ คดีโหดเหี้ยม สะเทือนขวัญที่สังคมไทยจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
คดีเกิดจากโจรเหี้ยม 8 คน ปลอมตัวเป็นทหารฆ่าสังหาร ผู้ใหญ่บ้านยกครัวถึง 8 ศพ
อ.อ่าวลึก จ.กระบี่
โศกนาฏกรรมสุดเหี้ยม เกิดขึ้นในคืนวันที่ 10 ก.ค. 2560 ต่อเนื่องถึงเช้ามืด ของวันรุ่งขึ้น
ที่เกิดเหตุ คือ บ้านของผู้ใหญ่บ้าน วรยุทธ สังหลัง







มีคนรอดชีวิต 4 คน หนึ่งในนั้น คือ เด็กชายวัยสามเดือน ลูกชายคนเล็กของ ผู้ใหญ่วรยุทธ เขารอดราวปาฏิหาริย์
"พ่อก็ตายแม่ก็ตาย ลูกอยู่บนเตียงนอน ห่มผ้าหลับปุ๋ยเลย เราไปช่วยมันให้ได้ก่อน"

เกิดอะไรขึ้น ที่บ้านผู้ใหญ่วรยุทธ
หลังตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ ผู้เสียชีวิต คือ นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน อายุ 46 ปี นางดวงพร สังหลัง อายุ 35 ปี ภรรยา ด.ญ.แพรไหมทอง อายุ 14 ปี ด.ญ.เพชรดาว อายุ 11 ปี ด.ญ.กิ่งเทียน อายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็น ลูกสาว 3 คน เสียชีวิตทั้งหมด
ครอบครัว นี้รอดเพียงคนเดียว คือ ลูกชายคนเล็ก วัย 3 เดือน






ฟังจากญาติผู้เสียชีวิตประเมินได้ว่า ในที่เกิดเหตุ คนร้ายมีเป้าชัด คือ มาหาผู้ใหญ่วรยุทธ หรือ ผู้ใหญ่บัติ ส่วนเด็กหรือ ญาติคนอื่นๆ ล้วนบังเอิญ เข้ามา อยู่ในที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่น่าเกี่ยวข้องใดๆ ถ้าเช่นนั้น สิ่งที่ตำรวจต้องคลี่ให้ละเอียดต่อไป คือ ประวัติของ ผู้ใหญ่วรยุทธ สังหลัง พ่อลูก 4 วัย 46 ปี ภาพทั่วไป ผู้ใหญ่วรยุทธ ดูเหมือนนักการเมืองท้องถิ่น ที่มักช่วยชาวบ้าน หรือ เป็นนักบริจาค และเมื่อถามถึงความขัดแย้งในท้องถิ่น ญาติก็มองว่า ไม่มีเหตุผิดปกติ รวมถึงเรื่องชู้สาว ก็มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา
เวลาผ่านไป 1 วัน ตำรวจยังคงปูพรม ค้นหาปมเกี่ยวข้อง และเส้นทางหลบหนีของ โจรโฉด 8 ทมิฬ แต่ยังดูเหมือนจะเลือนลาง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางลง จ.กระบี่ เพื่อติดตามการคลี่คลายคดีฆ่ายกครัว 8 ศพด้วยตนเอง

จากการประชุมทีมสืบชุดรวมตัวเฉพาะกิจคลี่คลายคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ในวันแรกข้อมูลยังฟุ้ง แนวทางการ สืบยังกระจัดกระจาย แต่เพียง 2 วันที่ทำงาน ตำรวจก็เริ่มเห็นเค้าลางของปมความ ขัดแย้งที่เชื่อว่า มีผู้ใหญ่วรยุทธ เป็นเป้าตรง อยู่ 5 ปม คือ
ปมแรก คือ ฟ้องขับไล่ที่ชาวบ้านบุกรุกที่สาธารณะ หนองตะเคียน
ปมที่ 2 ประเด็นชู้สาว ผู้ใหญ่วรยุทธ มีหญิงมาติดพัน และซื้อทรัพย์สินให้ แต่ผู้ใหญ่
นำทรัพย์สินไปดูแลครอบครัว
ปมที่ 3 เรื่องยาเสพติด ผู้ใหญ่เคยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด
ปมที่ 4 เรื่องสนับสนุนการสร้างโรงโม่หิน ซึ่งคนในพื้นที่คัดค้าน
ประเด็นนี้มีความซับซ้อนเพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จำนวนมาก
หลังเรียกสอบผู้เกี่ยวข้องหลายสิบคน ตำรวจก็เริ่ม ตัดปมอื่นๆที่ไม่น่าเป็นเหตุจูงใจการฆ่าออก
“เรามีอยู่ 5 ประเด็น ตัดทีละประเด็นโรงโม่ ผู้หญิง ที่ดินหนองกระจ่าง ยาเสพติด เอาที่ดินไปจำนองแล้วขึ้นศาล เราตัดเรื่องยาเสพติดก่อนเพราะผู้ใหญ่เขาปราบปรามยาเสพติด "
เรื่องยาเสพติดถูกตัดเป็นประเด็นแรก เพราะผู้ใหญ่วรยุทธ ไม่มีประวัติ
ส่วนประเด็นอื่น ก็ยังไม่พบเหตุขัดแย้งถึงขั้น ฆ่าล้างครัว
ในที่สุดก็เหลือ ประเด็นเดียว คือ พิพาทที่ดิน
ตำรวจพบว่า ครอบครัวของผู้ใหญ่เอาโฉนดที่ดินไปขายฝากกับชายคนหนึ่ง ชื่อบังฟัต แต่เมื่อ นำเงินมาไถ่ครบแล้วกลับไม่ได้โฉนดคืน จึงมีการขู่ฆ่าอาฆาต
เรื่องเริ่มเข้าเค้า ตำรวจเห็นตัว นายบังฟัต หรือ นาย ซูริกซ์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล คู่กรณีของ ผู้ใหญ่ วรยุทธ
แต่เขาจะเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ฆ่ายกครัวนี้หรือไม่
ย้อนกลับมาดูที่เกิดเหตุ
ในเวลานั้น ข้อมูลที่ชุดสืบสวนเร่งตามหา คือ รถฟอร์จูนเนอร์สีดำและยาริสสีขาว รวมถึงรถ ยารีสสีบรอนเทาของภรรยา ผู้ใหญ่ที่คนร้ายนำไปด้วยอีก 1 คัน
ขณะที่กำลังหารถ เริ่มมีข่าวระแคะระคายว่าตำรวจพบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว
“ เราได้ตัวละครมา คนที่พิพาทเนี่ย ไปกับใคร บ้าง เราตาม 7 คนที่ เหลือจากการดูว่า เขาไป ไหนกับใครบ้างแล้วเอาบุคคลพวกนี้ให้พยานดู ชี้ถูกอยู่คนนึง คือ คมสรรค์ จำแม่นที่สุด เพราะ ใช้เวลาอยู่ด้วยกันนาน 7-8 ชั่วโมง "
ตำรวจหาตัว นายคมสรรค์ เวียงนนท์ หรือ ม่อน ได้เป็นคนแรก เมื่อคนที่หนึ่งยอมคาย ตำรวจก็ได้ตัวคนที่ 2 ตามมา คือ นายธวัชชัย บุญคง หรือ ชัย
จากนั้น คนที่เหลือก็ค่อยเกม รวมทั้งหมด 8 คน
1 นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือ บังฟัต
2 นายคมสรรค์ เวียงนนท์ หรือ ม่อน
3 นายธวัฒชัย บุญคง หรือ ชัย
4 นายธนชัย จำนอง หรือ โกบ
5 นางสาวชลิตา สังขโชติ หรือ ดา
6 นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ หรือ เลาะ
7 นายประจักษ์ บุญทอย หรือ จักษ์
8 นายอรุณ ทองคำ หรือ กี

คำสารภาพ คือ คนทั้งหมดถูกเรียกตัวมาเฉพาะการ มีหัวหน้าคนวางแผน คือ บังฟัต อ้างภารกิจ คือ ทวงหนี้ มีภรรยานายบังฟัต เป็นคนหาเสื้อผ้า ชุดพรางทหาร




ทำไม…ต้องฆ่าทั้งหมด?
ในคืนสังหารเหี้ยม บังฟัตคิดเพียงจะหาเงินจาก ผู้ใหญ่วรยุทธ
เมื่อผู้ใหญ่กลับมาตอน 4 ทุ่ม บังฟัตเรียกไปคุยลำพัง
ชุดพรางปิดหน้า ทำให้ผู้ใหญ่วรยุทธ จำบังฟัตไม่ได้ เขาเชื่อสนิทว่า ทหารเข้าค้นบ้าน
บังฟัตเริ่มเปิดเกมต่อยท้อง ผู้ใหญ่วรยุทธ บังคับให้รับเรื่องยาเสพติด
แต่ผู้ใหญ่ ปฏิเสธ!!!
บังฟัตซึ่งอยู่ในชุดพรางหน้า “ถามว่า มีเงิน 4 แสนมั้ย”
ผู้ใหญ่บอก “มีแค่ 6,000 บาท”
บังฟัต จึงสั่งคมสรรค์ให้นำโทรศัพท์ มาให้ผู้ใหญ่ บังคับให้โทรศัพท์หาคนยืมเงิน
นั่น คือ เหตุที่ผู้ใหญ่ ไลน์หาเพื่อนสนิท ขอยืมเงิน 5 แสน บาท แต่เพื่อนบอกช่วยได้
แค่ 50,000 บาท
บังฟัต จึงยึดบัตร เอทีเอ็มผู้ใหญ่หวังรอกดเงินในวันรุ่งขึ้น
ได้เงินเพียงแค่นี้ บังฟัตยังไม่คิดหยุด
เขาคุมตัวผู้ใหญ่ เดินออกมานอกบ้าน สั่งให้ถอดเมมโมรี่หน้ารถซีอาร์วี
และชี้ไปที่ รถยาริสสีขาว ซึ่งเป็นดวงพร น้องสาวผู้ใหญ่เป็นเจ้าของรถ
บังฟัต บังคับให้มีการทำเอกสาร จำนำรถ เป็นเงิน 200,000 บาท
ผู้ใหญ่วรยุทธยินยอมทำทั้งหมด จนกระทั่ง…….
บังฟัต พูดต่อว่า “ต้องการเงินจำนวน 4 แสนบาท ดอกเบี้ยไม่คิด”
“4 แสนบาท ดอกเบี้ยไม่คิด”
คำๆ นี้ ทำให้ผู้ใหญ่ จำได้ทันทีว่า คนพูด คือ ใคร
เขาจึงสวนไปว่า “ โทริ เหรอ”
บังฟัต จึงรู้ตัวว่า “พลาดแล้ว” จึงเปิดหน้า ยอมรับว่า ตนคือ โทริจริง
คราวนี้บังฟัตกอดคอผู้ใหญ่วรยุทธและพาเดินเข้าบ้าน เพื่อบังคับค้นหาเงินหรือของมีค่า
แต่ไม่พบ…อะไร
บังฟัตจึงเริ่มซ้อมและข่มขู่อย่างจริงจัง จนผู้ใหญ่ทนไม่ไหว
พูดขึ้นว่า “ อย่าให้กูหลุดไปได้ กูจะฆ่ามึงทั้งครอบครัว ”
แผนชั่วจึงผุดขึ้นในนาทีนั้น บังฟัตคิดแผนฆ่าล้างครัวและอำพรางความชั่วโยนบาปให้ผู้ใหญ่
มันจึงเริ่มลงมือฆ่าทีละคน โดยใช้ปืนของผู้ใหญ่วรยุทธไล่สังหารเหยื่อ
ก่อนจบชีวิต ผู้ใหญ่ เป็นคนสุดท้าย วางปืนข้างมือของผู้ใหญ่
ทำเสมือน…ผู้ใหญ่เครียด ฆ่าทุกคนในครอบครัว
ก่อน…ฆ่าตัวตาย
และหวัง…ว่า แก๊งทมิฬทั้ง 8 จะลอยนวล