เหิมเกริม ! แก๊งค้าไม้ ตัดไม้สักอายุ 70 ปี เตรียมส่งออกนอกประเทศ
ไนซ์ อีจัน
8 มกราคม 2569

ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.ชุดปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สกัดจับรถบรรทุกพ่วงบนทางหลวงหมายเลข 1103 ท้องที่บ้านแม่ลอง ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ จากการตรวจสอบท้ายรถพบไม้สักขนาดใหญ่อยู่หลังรถ 4 ท่อนถูกปกคลุมด้วยผ้าใบอย่างมีดชิด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายนายแดง ( นามสมมุติ ) อายุ 42 ปี มาสอบปากคำ ทราบว่าได้ขนไม้ทั้งหมดมาจากอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการสกัดขบวนการลักลอบตัดไม้สักเถื่อนแปรรูปส่งขายต่างประเทศ หลังได้รับเบาะแสจากประชาชนมีการตัดไม้สักในพื้นที่ป่าอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยแอบอ้างว่าเป็นไม้ปลูกในที่ดิน ส.ป.ก. และจัดทำเอกสารรับรองกันเอง เพื่ออำพรางการขนส่งไปยังโรงงานแปรรูปในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ออกตรวจลาดตระเวนตามเส้นทาง ฮอด–แม่สะเรียง ก่อนพบรถบรรทุกหัวลากต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณถนนสาย 1103 อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ภายในรถพบไม้ท่อนขนาดใหญ่ถูกคลุมผ้าใบอย่างมิดชิด เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นไม้สักรวม 4 ท่อน ผู้ขับขี่รับสารภาพว่า รับจ้างขนไม้จากพื้นที่แม่สะเรียงตามคำสั่งนายจ้าง พร้อมแสดงเอกสารอ้างว่าเป็นไม้ถูกกฎหมายจากที่ดิน ส.ป.ก. แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึก แต่พบพิรุธหลายประการ โดยเฉพาะขนาดเส้นรอบวงของไม้ที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ซึ่งตามหลักวนศาสตร์ต้องมีอายุมากกว่า 50–70 ปี ขณะที่เอกสารสิทธิในที่ดินเพิ่งออกเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ไม้ที่ตรวจยึดยังมีสภาพสดใหม่ มีร่องรอยการตัดด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่ปรากฏตราประทับของทางราชการและไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ชี้ชัดว่าเป็น “ไม้ป่าหวงห้าม” ไม่ใช่ไม้ปลูกตามที่อ้าง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในความผิดฐานตัด ครอบครอง และลำเลียงไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้กับนายแดงฯ คนขับรถ,หญิงสาวอายุ 43 ปี เจ้าของโรงงานซึ่งเป็นผู้รับซื้อไม้ และชายอายุ 63 ปี ผู้ที่ขายไม้
เจ้าหน้าที่ระบุว่าขบวนการลอบตัดไม้ป่าหวงห้ามทำงานกันเป็นเครือข่าย ตั้งแต่กลุ่มตัดไม้ในพื้นที่ต้นน้ำ การจัดทำเอกสารเท็จเพื่อฟอกที่มา ไปจนถึงการขนส่งเข้าสู่โรงงานแปรรูปในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งหลังจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ขยายผลไปยังผู้ว่าจ้าง เครือข่ายลำเลียง รวมถึงตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนหรือไม่เพื่อดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด








