สาวคู่กรณีสาวใหญ่กระโดดเกาะรถ ไหว้ขอโทษ ชี้ ที่ชนแล้วหนีเพราะตกใจ

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

30 กรกฎาคม 2567

สาวคู่กรณีสาวใหญ่กระโดดเกาะรถ ไหว้ขอโทษ ชี้ ที่ชนแล้วหนีเพราะตกใจ

จากเหตุสุดระทึก “คุณเปิ้ล” สาวใหญ่วัย 56 ปี กระโดดเกาะหน้ารถเก๋งที่ น.ส.พร ขับชนแล้วหนี จนพลเมืองดีช่วยกันไล่ตาม แต่ยังขับไม่หยุด ชนดะ-ฝ่าไฟแดง ทำวุ่นวายทั้งถนน 



ล่าสุดวันนี้ (30 ก.ค.67) ทั้งคู่ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต หลังสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง น.ส.พร อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ในวันที่เกิดเหตุ ได้ชี้แจงกับทีมข่าวว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์เฉี่ยวชนกันที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ตนไม่รู้เรื่อง และมารู้อีกทีตอนที่คุณเปิ้ลตะโกนบอก ซึ่งตนก็พยายามโบกมือให้คู่กรณีชิดซ้ายเพื่อจอดมาพูดคุยกัน  

แต่ขณะนั้นมีความคิดแทรกเข้ามาในหัวว่า ตนไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และกังวลว่าถ้าหากลงไปพูดคุยจะเกิดอันตรายกับตน จึงเลือกที่จะขับรถยนต์ไปต่อถึงแม้ว่าคู่กรณีจะกระโดดเกาะฝากระโปรงหน้ารถก็ตาม วันนั้นตนกลัวเป็นอย่างมาก เพราะตนไม่ใช่คนในพื้นที่ 

โดยหลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไป เช้าวันรุ่งขึ้น (25 ก.ค.67) ตนก็มีความตั้งใจจะมาพบตำรวจ แต่ขณะนั้นมีญาติโทรมาสอบถามตนว่าได้เตรียมเงินมาใช้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้เตรียมเงินมาจึงได้ขับรถกลับไปที่กาญจนบุรี และตนยืนยันว่าตนไม่เคยเสพสารเสพติด และในวันที่เกิดเหตุตนไม่ได้มีอาการมึนเมาสุราแต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้ (30 ก.ค.67) ก็ได้มีการตรวจหาสารเสพติด และไม่พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งทันทีที่ตนได้เจอกับคู่กรณีก็ได้มีการยกมือไหว้ขอโทษ แต่เข้าใจว่าคู่กรณีน่าจะอยู่ในอารมณ์ที่โกรธอยู่ จึงไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมาก อยากจะขอโทษคู่กรณี และขอโทษสังคมกับสิ่งที่ตนทำไป  

ขณะที่นายเต้ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ เปิดใจกับทีมข่าวว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.พรได้มาขอยืมรถไปใช้ตามปกติ เหมือนที่เคยยืมไปใช้อยู่บ่อยครั้ง โดยน.ส.พร บอกว่าครั้งนี้จะมายืมรถไปสมัครงาน และหาเพื่อนที่กรุงเทพฯ ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่ทันทีที่น.ส.พร ขับรถกลับมาถึงบ้าน ตนก็รู้สึกตกใจว่าทำไมรถของตนถึงเกิดความเสียหาย จึงได้มีการสอบถามพูดคุยกัน ซึ่งตนก็เข้าใจน.ส.พร เพราะโดยปกติแล้วน.ส.พร เป็นคนขี้กลัว และขี้ตกใจเป็นอย่างมาก  

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหนีไฟแนนซ์นั้น นายเต้ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่รถยนต์ของตนไม่ได้ต่อ พ.ร.บ. มานานกว่า 3 ปี ตนก็ยอมรับในเรื่องนี้ เพราะไม่ค่อยมีเวลาและไม่ค่อยใช้รถยนต์ จึงทำให้ไม่ทราบว่า พ.ร.บ. หมดอายุนานแล้ว  

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้มีการแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา คือ ชนแล้วหนี, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น, และข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งผู้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะให้ประกันตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวนโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง โดยหลังจากนี้จะนัดวันให้ผู้ต้องหามาพบเพื่อส่งฟ้องศาลฯ ต่อไป ส่วนคดีจราจรนั้นก็ได้มีการปรับเป็นพินัยไปแล้ว 

อย่าหาทำนะคะแบบนี้ อุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ถ้าเกิดแล้วก็ควรพูดคุย และแสดงความรับผิดชอบกันดีกว่าค่ะ