เกิดอะไรขึ้น! 3 เดือนแรกปี 67 กลุ่มธุรกิจไทยเป็นหนี้นอกระบบเพิ่ม 36.4%

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

28 มิถุนายน 2567

เกิดอะไรขึ้น! 3 เดือนแรกปี 67 กลุ่มธุรกิจไทยเป็นหนี้นอกระบบเพิ่ม 36.4%

วันนี้ (28 มิ.ย.67) รายงานข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า สำรวจผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจรายย่อย (Micro) วิสาหกิจขนาดย่อม (Small) และวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium) หรือเรียกว่า (MSME) สำรวจ ณ 16-25 มี.ค.67 จำนวนตัวอย่าง 2,738 ราย โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยเผชิญความเปราะบางมากขึ้นทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดย 1.ภาคครัวเรือน : กลุ่มคนรายได้น้อยขาดกันชนทางการเงินที่เพียงพอในระยะข้างหน้า เช่น เงินสำรองฉุกเฉินและประกันความเสี่ยงรูปแบบต่างๆ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


2.ภาคธุรกิจ : แม้โดยรวมมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่บางกลุ่มยังเปราะบางค่อนข้างมาก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีหนี้สูงมากขึ้น ท่ามกลางปัญหาโครงสร้างของภาคการผลิตไทย

ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจรายย่อย (Micro) วิสาหกิจขนาดย่อม (Small) และวิสาหกิจขนาดกลาง (Medium) หรือเรียกว่า (MSME) มีหนี้สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการกู้ยืมนอกระบบ

สัดส่วนธุรกิจ MSME ที่มีภาระหนี้ ข้อมูลสัดส่วนหนี้ไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 63.9% ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2566 สัดส่วนอยู่ที่ 60.1% ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ในการค้าและการผลิต

ขณะที่สัดส่วนแหล่งกู้ยืมเงินของ MSME โดยไตรมาส 4/2566 แบ่งเป็นหนี้เฉพาะในระบบสถาบันการเงิน อยู่ที่ 56.7% หนี้ทั้งในและนอกระบบ 20.8% และเฉพาะนอกสถาบันการเงิน 22.5% สะท้อนว่า MSME กู้เงินนอกระบบเพิ่มขึ้นมาก

เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 ยิ่งมีสัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ที่น่ากังวลคือการกู้หนี้ที่อยู่ในระบบลดลง แต่หนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น จากข้อมูลแบ่งเป็นหนี้เฉพาะในระบบสถาบันการเงิน อยู่ที่ 52.9% หนี้ทั้งในและนอกระบบ 10.7% และเฉพาะนอกสถาบันการเงิน 36.4%

โดยมีวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้ของ MSME ในไตรมาส 4/2566 พบว่าชำระหนี้สินเดิมอยู่ที่ 1.3% ลงทุนในกิจการ 5.5% และทุนหมุนเวียนในกิจการ 93.2% ขณะที่ไตรมาส 1/2567 พบว่ามีการกู้ไปชำระหนี้สินเดิมอยู่ที่ 2.5% ลงทุนในกิจการ 5.7% และทุนหมุนเวียนในกิจการ 91.8%

จากข้อมูลสะท้อนว่า MSME ส่วนใหญ่กู้ยืมเงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาชำระหนี้เดิมเพิ่มมากขึ้น สะท้อนสภาพคล่องของกิจการที่ลดลง

ความต้องการการช่วยเหลือทางด้านการเงิน และภาระหนี้ พบว่าปัญหาสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อของ MSME คืออัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการยืมเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ

ข้อมูลการสำรวจมีดังนี้ อัตราดอกเบี้ยสูง 46% ขั้นตอนกู้ยุ่งยากและอนุมัติล่าช้า 22.7% ขาดความรู้ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 13.8% ขาดหลักทรัพย์ในการกู้สินเชื่อ 7.4% เงื่อนไข/เกณฑ์ไม่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจ 5.8% และขาดความรู้ในการจัดทำบัญชีของธุรกิจ 4.3%

ทั้งนี้ ประเมินว่าแม้จะมีมาตรการการเงินเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางภาคครัวเรือนและธุรกิจมากขึ้น แต่ยังต้องใช้เวลากว่ามาตรการจะเห็นผลในวงกว้าง