ชุดเฉพาะกิจ ทส.ลงพื้นที่ อช.เขาสามร้อยยอด เค้นสอบ ‘สูบน้ำ บนพื้นที่ชุ่มน้ำ’ เอื้อประโยชน์ใคร?
ก้ามปู อีจัน
5 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 4 พ.ย. 68 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำทีมคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ ทส. ลุยตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการ ลักลอบขุดลอกบึงและคลองพ่องน้ำ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์


• พบความเสียหาย : เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าการลักลอบขุดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ทำให้ น้ำหายไปไม่ต่ำกว่า 3,000,000 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ระบบนิเวศสำคัญ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกอพยพและสัตว์น้ำจืด-น้ำกร่อย เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
โดยมีการนำรถแบคโฮเข้าขุดระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุ่มน้ำ บริเวณหาดสามพระยา ซึ่งเป็น พื้นที่ทับซ้อนระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ป่าชายเลนตามมติ ครม. ปี 2530 และ 2543 รวมถึงพื้นที่ป่าไม้ถาวร
การขุดดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ร่องรอยขุดคูระบายน้ำ ระยะทางยาวประมาณ 600 ม. พื้นที่เสียหาย 2-2-48 ไร่ ทำให้พื้นที่ชุ่มน้ำได้รับความเสียหาย 141-3-30 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อน อช.เขาสามร้อยยอด พื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม. 2530 และ 2543 และพื้นที่ป่าไม้ถาวร
เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า การขุดลอกดังกล่าว มีเจตนาเพื่อระบายน้ำให้พื้นที่แห้ง นำไปสู่การรังวัดออกโฉนดที่ดินหรือไม่? ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตหวงห้ามตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ



• คำสั่งเด็ดขาด: ชุดเฉพาะกิจ ทส. สั่ง เร่งฝังกลบคลอง เพื่อให้น้ำกลับคืนสู่ระดับเดิม พร้อมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ทางระบบนิเวศจากผู้กระทำความผิด
หลักฐานชัด! ‘น้ำลด หลักเขตโผล่’ รัฐฟันธงพื้นที่อุทยานแน่นอน
การลงพื้นที่ของทีมช่างรังวัด กรมอุทยานฯ และ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบหลักฐานสำคัญ หลังน้ำที่ถูกระบายออกไปลดลง ปรากฎหลักเขตอุทยานแห่งชาติ หมายเลข 28 โผล่กลางโคลน และอีกหลักหนึ่งถูกฝังอยู่ในดินชุ่มน้ำ ยืนยันชัดเจน ว่าพื้นที่ที่ถูกขุดลอก อยู่ในแนวเขตอุทยานฯ ที่ประกาศปี 2525 และอยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติ ครม. ปี 2543
เปิดวิวาทะเดือด! ชาวบ้านปะทะเจ้าหน้าที่
ขณะที่ทีมเฉพาะกิจ ทส. ลงพื้นที่ เกิดเหตุปะทะคารมเดือด เมื่อชาวบ้านได้มารวมตัวเรียกร้องสิทธิ์ ในที่ดินทำกิน เพราะเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่จะมาทำการยึดคืนที่ดิน โดยบอกว่า พวกตนอยู่มาก่อนการประกาศเป็นอุทยานฯ และยืนยันว่าอุทยานฯ จะมายึดที่ดินคืนทั้งหมด
โดยนายวิฑูรย์ ตัวแทนชาวบ้าน ที่มาวันนี้กล่าวว่า..ทางเจ้าหน้าที่รัฐบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ตรงนี้ได้ ชาวบ้านต่อสู้กันมาหลายปี และขอยืนยัน ตนอยู่มาก่อนที่จะประกาศเขตอุทยานฯ มีการทำกินมาก่อนตั้งแต่บรรพบุรุษ แล้ววันนี้ทำไมถึงขอเอกสารสิทธิ์ไม่ได้ การใช้อำนาจรัฐต้องทำให้ถูกต้อง อย่าบิดเบือนกฎหมาย

ตนมีหนังสือที่กรมอุทยานฯ ชี้ชัดแล้วว่าพื้นที่นี้ไม่อยู่ในเขตอุทยาน มีหลักฐานแผนที่และคำสั่งชัดเจน แต่กลับบอกว่าจะทำการผนวกพื้นที่
เรื่องการ “ผนวกพื้นที่” ต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน ไม่ใช่รอแต่จะผนวกอย่างเดียว และมีคำสั่งให้ทำประชาพิจารณ์ตั้งแต่ปี 2562 แต่ก็ไม่เคยดำเนินการ ทั้งที่วัดเขาแดงอยู่มาก่อนตั้งแต่ปี 2455 มีทั้งวัด บ้าน โรงเรียน และชุมชน ยืนยันว่าเกิดก่อนอุทยานแน่นอน
การอ้างมติ ครม. ปี 2530 ให้จำแนกป่าชายเลนเป็นอุทยานก็ยังไม่เคยทำจริง ทั้งที่ขั้นตอนออกโฉนด ชาวบ้านถูกตรวจสอบว่าอยู่ในเขตอุทยานหรือไม่ มานานกว่า 10 ปี แต่ไม่เคยได้คำตอบ ผมส่งหนังสือถามตั้งแต่ปี 2563 ก็ไม่เคยมีใครตอบ
อุทยานต้องมีที่มาชัดเจน ป่าชายเลนเขาแดงมีการส่งมอบจากป่าไม้หรือไม่? และกลายเป็นพื้นที่แสวงหาผลประโยชน์กันมาตลอด ผมอยากให้มีเจ้าภาพมาตอบตามข้อกฎหมาย
“วันนี้ผมเป็นตัวแทนชาวบ้าน ผมยื่นร้องขอทุกหน่วย ถ้าผมผิด ผมยอมรับ แต่ไม่อยากเห็นเจ้าหน้าที่รัฐบิดเบือนกฎหมาย มันไม่ยุติธรรมเลย ชาวบ้านเขารอมาหลายปี ยังไม่ได้โฉนดสักที ต้องมาทุกข์ใจทั้งที่หาเช้ากินค่ำ การใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบแบบนี้ ควรถูกปฏิรูปอย่างจริงจัง ขอแค่ตอบให้ชัดว่าพื้นที่นี้อยู่ในหลักเกณฑ์ไหน จะได้ให้ชาวบ้านไปดำเนินการต่อได้ ไม่ใช่ปล่อยคาราคาซังแบบนี้!”
ขณะที่ชาวบ้านอีกรายหนึ่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านเรียกร้องให้อุทยานกลับไปอยู่แค่ในเขตปี 2509 ที่ประกาศเป็นอุทยาน แคนั้นชาวบ้านก็จะไม่กระทบกระเทือน เราคนไทยด้วยกัน คืนพื้นที่ให้กับชาวบ้านเถอะชาวบ้านจะได้อยู่ดีกินดี
สจ.ตี๋ “ผมมาวันนี้เพราะเรื่องแนวเขตอุทยาน และพื้นที่ป่าชายเลน อยากถามว่าอุทยานอยู่ตรงไหนกันแน่? ทำไมยังไม่ปักแนวเขตให้ชัด ทั้งที่ควรทำมานานแล้ว วันนี้มีพื้นที่ที่ชาวบ้านออกโฉนดไม่ได้ถึงเกือบ 400 ไร่ อำนาจรัฐควรใช้ให้ถูกต้อง ปี 2509 เขาประกาศชัดเจนแล้ว มีหนังสือเวียนยืนยัน แต่วันนี้ยังอ้างปี 2525 ซึ่งเป็นแค่ “เส้นประ” หรือ “เส้นสมมุติ” ชาวบ้านขอทำประชาพิจารณ์ก็ไม่เคยทำจริง ทั้งที่กรมมีหนังสือสั่งมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ถ้าทำประชาพิจารณ์จริง ชาวบ้านก็ไม่มีทางยอม ที่สำคัญประกาศปี ก็ยกเลิกไปแล้ว ทำไมเจ้าหน้าที่ยังใช้อยู่ ผมไม่ได้ต้องการทะเลาะเพราะการเมือง แต่ผมมาทะเลาะเพื่อสิทธิ์ที่ควรได้รับ ที่ดินตรงนี้ที่บอกเป็นเขตอุทยาน ตนได้ทำการซื้อมาแต่ก็ไม่ได้โฉนดสักที ทั้งที่เป็นพื้นที่อุทยาน ก็ไม่ใช่ พื้นที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็ไม่ใช่”
ด้านเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อุทยาน เพราะมีหลักเขตชัดเจน ชาวบ้านก็ต้องพิสูจน์สิทธิ์กันไปตามกฎหมาย ถ้าเป็นคนดั้งเดิม ทำกินมาก่อนปี 2557 ก็สามารถทำกินต่อได้ แต่ในเรื่องของการขอออกเอกสารสิทธิ์จะต้องว่ากันไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ขณะที่นายเผด็จ ลายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน พื้นที่บริเวณนี้อยู่ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2530 ซึ่งกำหนดให้เป็น พื้นที่ป่าชายเลน เพื่อจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินและสงวนไว้เพื่อการอนุรักษ์ ห้ามใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อมีการอ้างสิทธิ์หรือถือครองที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว หน่วยงานจะตรวจสอบว่าเอกสารสิทธิ์ออกก่อนหรือหลังปี 2530 หากออกหลัง ต้องตรวจสอบที่มาของสิทธิ์อย่างละเอียด โดยอาศัยหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศและข้อมูลภาคสนามเป็นหลัก
และจากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ พบว่าพื้นที่นี้มีน้ำท่วมถึงและไม่มีร่องรอยการทำกินมาก่อน จึงถือเป็นพื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม. แม้บางส่วนจะไม่มีสภาพเป็นป่าแล้ว แต่ยังคงถูกจัดเป็น “เขตสงวนหวงห้าม” เพราะเชื่อมต่อกับระบบนิเวศของป่าชายเลนอื่น ๆ
ส่วนกรณีพบการบุกรุก เช่น การขุดร่องน้ำหรือเจาะบาดาล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตาม มาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ มีคณะกรรมการกลาง ทำหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดินของรัฐและเอกชน เพื่อป้องกันการออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบ หากประชาชนมีหลักฐานยืนยันสิทธิ์ ก็สามารถนำมาแสดงเพื่อพิสูจน์ต่อคณะกรรมการได้
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าพื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม. 2530 และ 2543 มีประชาชนอยู่อาศัยจริง ภาครัฐจึงมีนโยบายแก้ปัญหา เช่น จัดสรรที่ทำกินให้ผู้ที่อยู่มาก่อนปี 2557 ภายใต้โครงการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับพื้นที่อนุรักษ์ได้อย่างถูกกฎหมาย
ในกรณีที่ไม่สามารถพิสูจน์สิทธิ์ได้หรือมีการบุกรุกเพิ่มเติม หน่วยงานก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากหากไม่ปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่เองจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ล่าสุดจากการตรวจสอบ พบว่าพื้นที่ที่เกี่ยวข้องประมาณ 100 กว่าไร่ อยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติ ครม. และอีกส่วนประมาณ 100 ไร่ อยู่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ต่อไป เพื่อประโยชน์ของประชาชนและชนรุ่นหลัง
ชัยวัฒน์ ยัน! เรื่องนี้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นการตรวจสอบพฤติกรรมเจ้าหน้าที่

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กล่าวว่า : วันนี้ผมมาในฐานะคณะทำงาน ทีมชุดเฉพาะกิจ ทส. รู้สึกว่าพวกเราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และสิ่งที่ถูกต้องนี่แหละควรเป็นบรรทัดฐานในการชี้แนวเขตพื้นที่ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะหัวหน้าอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญา หากเกิดการบุกรุกหรือปล่อยให้เกิดการทุจริตในพื้นที่ที่ดูแลอยู่
กรณีนี้ก็เช่นกัน ถ้าหัวหน้าอุทยานมีเจตนาไม่สุจริต สนับสนุนการซื้อขายหรือเปลี่ยนมือที่ดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำและสัตว์น้ำนานาชนิด ถือว่าผิดร้ายแรง เพราะพื้นที่นี้มีความสำคัญทางระบบนิเวศสูง เรามาทำหน้าที่เพื่อปกป้องพื้นที่เหล่านี้ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร


เรื่องนี้เราได้รับร้องเรียนมานานกว่า 5–6 เดือน มีข้อมูลว่า มีการนำเครื่องจักรเข้ามาขุดดินและเปิดทางน้ำ โดยหัวหน้าอุทยานให้การว่าขุดเพื่อทำประโยชน์ โดยใช้เงินส่วนตัวราว 3,000 บาท และไม่ได้ขุดในแหล่งน้ำโดยตรง แต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติกลับยืนยันว่าหัวหน้าเป็นคนสั่งขุดตั้งแต่ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำจนถึงปากทางออก ซึ่งข้อเท็จจริงสวนทางกันอย่างชัดเจน
”ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นการตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รัฐ“ เพราะตำแหน่งหัวหน้าอุทยาน ต้องมีสำนึกในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่นำความรู้เรื่องการรังวัดมาหาประโยชน์ส่วนตัว
ที่สำคัญ มีการตรวจพบการออกเอกสารที่ดินแปลงหนึ่งใกล้ ๆ บริเวณนี้ บันทึกไว้ปี 2560 หัวหน้าอุทยานคนปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รังวัด เคยลงนามเองว่าส่วนที่ดินดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด แต่เมื่อถึงปี 2568 เมื่อดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยาน กลับลงนามใหม่ว่า พื้นที่ดังกล่าว “อยู่นอกเขตอุทยาน” ซึ่งขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง จึงต้องตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่
เหตุทั้งหมดเริ่มจากมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งร้องเรียนว่ามีการขุดระบายน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อเตรียมออกเอกสารสิทธิ์ เรื่องนี้จึงต้องสืบสวนให้ชัดเจน ว่าใครอยู่เบื้องหลังการกระทำที่อาจเข้าข่ายประพฤติมิชอบในพื้นที่อุทยาน



พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ กล่าวว่า
พระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับ ฉบับปี 2509 ที่ประกาศพื้นที่ทางบก และฉบับปี 2525 ที่ประกาศพื้นที่ทางทะเลและพื้นที่ชุ่มน้ำ ยังไม่มีการยกเลิก แต่อย่างใด ทั้งสองฉบับยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ดังนั้น หากประชาชนมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ก็สามารถใช้สิทธินั้นได้ตามกฎหมาย แต่การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนายึดที่ดินของชาวบ้านอย่างที่เข้าใจผิดกัน แต่เป็นการตรวจสอบ กรณีเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ซึ่งก็คือ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีพฤติกรรมขุดร่องน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุ่มน้ำให้เป็นพื้นดิน ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลอื่น โดยหัวหน้าอุทยานให้การว่า การขุดร่องน้ำดังกล่าวเป็นการขุดเพื่อปักเสาไฟฟ้าและปลูกป่าชายเลน โดยใช้เงินส่วนตัวจำนวน 3,000 บาท จ่ายให้รถแบ็กโฮเข้ามาขุด ซึ่งเรื่องนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
กรณีของชาวบ้านที่มาในวันนี้ ที่มาเรียกร้องสิทธิ์การขอออกโฉนด ในความเป็นจริง พระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับยังมีผลบังคับใช้ครบถ้วน
พื้นที่นี้ถือเป็นพื้นที่ป่าตามกฎหมาย ต้องพิสูจน์ให้ชัดว่า ผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่เป็นผู้มีสิทธิ์โดยชอบหรือเป็นการบุกรุก หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสามกรม กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะเป็นผู้เสียหายร่วมกันในการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิด
โดยวันนี้ผมได้สอบถามชาวบ้านที่มาพบว่า ไม่มีผู้ใดมีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง เช่น ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ซึ่งหากมีเอกสารถูกต้อง เราก็พร้อมให้ความเป็นธรรมเสมอ ตามนโยบายของรัฐมนตรีที่ย้ำว่า “ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”
แต่ขณะเดียวกัน หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนใน


























