ทบ. ฟาดกลับ กัมพูชา เหตุฝ่าฝืนข้อตกลงและยั่วยุชายแดนอย่างต่อเนื่อง  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

13 พฤศจิกายน 2568

ทบ. ฟาดกลับ กัมพูชา เหตุฝ่าฝืนข้อตกลงและยั่วยุชายแดนอย่างต่อเนื่อง  

เสียน้อยเสียมาก ก็เสียไม่ได้! กองทัพบก เผย กัมพูชา ฝ่าฝืนข้อตกลงและยั่วยุชายแดนอย่างต่อเนื่อง  

วันนี้(13 พ.ย.68) เฟซบุ๊ก ทีมโฆษกกองทัพบก Army Spoke Team โดย พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้กล่าวถึงประเด็นสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่ปัจจุบันได้กลับเข้าสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง ระบุว่า…. 

ถึงเเม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ได้ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Declaration) เมื่อวันที่ 26 ต.ค.68 ที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความมั่นคงตามแนวชายแดน ครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์สแกม และการบริหารจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดนจังหวัดสระแก้ว แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายังคงมีท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อฝ่ายไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของการลักลอบวางทุ่นระเบิด ซึ่งในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ได้เกิดเหตุการณ์ และตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 หลายครั้ง เหตุการณ์ทั้งหมดมีลักษณะต่อเนื่องและเข้าข่ายเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างชัดเจน รวมทั้งหมด จำนวน 17 ทุ่น ดังนี้  

ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 

– เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ที่มีลักษณะการวางใหม่จำนวน 7 ลูก  

– เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ตรวจพบแนวลวดหนามถูกตัดหลายจุด  

– วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ทหารเหยียบกับระเบิดภายในแนวลวดหนามของฝ่ายไทยในระยะลึกเข้ามาประมาณ 7 เมตร ส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บ 4 นาย และได้ตรวจพบ PMN-2 เพิ่มเติมอีก 3 ลูกในบริเวณใกล้เคียง 

สำหรับเหตุการณ์พื้นที่อื่น ๆ  

– พื้นที่ปราสาทโดนตวล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 10–11 พฤศจิกายน 2568 ตรวจพบทุ่นระเบิดจำนวน 5 ลูก 

– พื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ตรวจพบ PMN-2 จำนวน 1 ลูก  

การกระทำนอกจากจะเป็นการขัดขวางกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ชายแดนที่กำลังเดินหน้าไปด้วยดีแล้ว ยังเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างกันและอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ กัมพูชาได้มีการเผยแพร่ข่าวปลอม บิดเบือนข้อมูลในหลายประเด็นโดยไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงแต่อย่างใด เช่น การเสียชีวิตของเชลยศึก การกล่าวหาว่าทหารไทยเปิดฉากยิงใส่ประชาชนกัมพูชาก่อน การใส่ร้ายว่าไทยเป็นผู้วางทุ่นระเบิดเอง เป็นต้น ซึ่งความเป็นจริงคือ ฝ่ายกัมพูชาสร้างหลักฐานและคำกล่าวอ้างอันเป็นเท็จใส่ร้ายฝ่ายไทยโดยไม่มีมูลความจริงทุกประการ 

ต่อกรณีนี้ จะเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชามีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Declaration) และกระทำการที่แสดงออกถึงความเป็นปรปักษ์ต่อไทยอย่างชัดเจน จนนำไปสู่รัฐบาลไทยมีมติให้ระงับการดำเนินการตามข้อตกลง โดยกองทัพบกได้ระงับการถอนอาวุธหนัก รวมถึงการส่งกลับเชลยศึกในทุกกรณี แต่ฝ่ายไทยยังคงเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดในเขตอธิปไตยไทยต่อไป เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัยและพร้อมสำหรับการปฏิบัติการทุกด้านที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งทางกองทัพบกก็พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ  

ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดก็คงต้องดูต่อไปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเเละข้อตกลงที่มีการทำไว้ มันเป็นอย่างไรต่อนะคะ?  

ที่มา: เฟซบุ๊ก ทีมโฆษกกองทัพบก Army Spoke Team  https://www.facebook.com/share/p/16GKD8WuLV/