“บอย พิษณุ” ชีวิตเเฮปปี้ รักษาอาการซึมเศร้าหายเเล้ว หลังป่วยมานาน 3 ปี
พอลลี่ อีจัน
7 เมษายน 2569

“ผมหายเเล้วครับ ตอนนี้ผมไม่ต้องกินยาเเล้ว”
เมื่อวันที่ 6 เม.ย.69 ที่ผ่านมา นักเเสดงชายอย่าง บอย พิษณุ ซึ่งใครจะคิดว่าหนุ่มที่ดูจะอารมณ์ดีเเบบนี้จะป่วยได้ เเต่อะไรก็ไม่เเน่นอนค่ะ เมื่อเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์คลิปอธิบายเเละเฉลยข่าวดีผ่าน IG ส่วนตัว ว่า…

“ผมมีเรื่องเล่าให้ฟัง คือผมได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณเกือบ 3 ปี ก็ไปหาหมอและใช้ยารักษามาโดยตลอด แล้วพอเวลาผ่านไป ตอนนี้อยากจะบอกว่า หายจากโรคนี้แล้วและไม่ต้องใช้ยาแล้ว มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ซึมเศร้า ไม่คิดมากอีกต่อไป ตื่นมาเราสดใส อยากทำโน่นทำนี่ ทำเรื่องเล็กๆ ก็มีความสุขแล้ว อยากจะฝากไปถึงคนที่มีอาการคล้ายผม อาจจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เวลาสำคัญมากเลย และเราต้องแก้ให้ตรงจุด ว่าเราซึมเศร้าจุดไหน พยายามค้นหาให้เจอและก้าวผ่านไปให้ได้ วันหนึ่งเราจะเริ่มมีความสุขและกลับมาเป็นคนปกติได้ ที่ไม่ต้องซึมเศร้าและไม่ต้องใช้ยาแล้ว ก็แค่อยากจะบอกว่าตัวเองคลีนแล้ว มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้แล้ว”


หลังจากที่โพสนี้ได้เผยเเพร่ออกไปต่างก็มีเพื่อนๆในวงการบันเทิงเเละเเฟนคลับมาให้กำลังใจเเละเเสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก อีจัน เองก็ขอยินดีด้วยนะคะ เเละขอให้ชีวิตสดใสเเบบนี้เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุขตลอดไปเลยนะคะ
เเต่เเค่นั้นยังไม่พอค่ะทุกคนขา นอกจาก บอย พิษณุ จะป่วยโรคซึมเศร้าเเล้วก็ยังมีอีกหลายคนในวงการบันเทิงเเละคนทั่วไปป่วยเป็นโรคนี้กันมากมาย อีจัน เลยอยากนำอาการเเละวิธีป้องกัน เเละการรักษามาฝากทุกคนกันค่ะ จะได้จิตใจเเจ่มใสกันมากกว่าเครียดเเละล้มป่วยด้วยอาการทางอารมณ์ ซึ่งจะอ้างอิงจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ค่ะ
“โรคซึมเศร้า” เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ยังมีผู้รู้จักโรคซึมเศร้านี้ไม่มากนัก บางคนเป็นโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว หรือบางคนก็คิดว่าเป็นเพราะตนเองคิดมากไปเอง ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และทันท่วงที ซึ่งโรคซึมเศร้านั้นสามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันทั้งทางร่างกายและจิตใจได้มากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายเศร้า วิตกกังวล มีปัญหาเรื่องการทานอาหาร รวมไปถึงการนอนหลับ ร้ายแรงสุดถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายได้เลย
โรคซึมเศร้า เกิดจากอะไร? โรค ซึมเศร้า หรือ เป็นโรคทางจิตเวชที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติ หรือความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง 3 ชนิด คือ ซีโรโตนิน นอร์เอปิเนฟริน และโดปามีน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้ป่วยได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ อย่างถูกวิธี

เช็กด่วน! 9 พฤติกรรม เข้าข่าย โรคซึมเศร้า
1.เศร้า เบื่อ หรือหงุดหงิดง่าย บางคนอาจจะรู้สึกเศร้า เบื่อ ไม่มีความสุข หรืออาจจะรู้สึกโกรธ โมโห หงุดหงิดง่าย โดยมีความรู้สึกเหล่านี้วนเวียนมาอยู่เป็นประจำ เกือบทุกวัน
2.ไม่อยากทำสิ่งที่เคยชอบ รู้สึกไม่อยากทำงานอดิเรกที่ตนเองเคยชอบทำ เช่น เล่นดนตรี เล่นกีฬา อ่านหนังสือ ดูละคร ดูทีวี หรือทำได้แต่รู้สึกไม่สนุกเหมือนเคย
3.เบื่ออาหาร หรือกินมากจนเกินไป สำหรับบางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องการรับประทานอาหาร เช่น รู้สึกเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง หรือกลับกันบางคนอาจจะรู้สึกเครียด ทำให้ทานอาหารเพิ่มมากขึ้น จนไม่สามารถควบคุมการรับประทานอาหารของตัวเองได้
4.มีปัญหาเรื่องการนอน บางคนอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการนอน โดยอาจมีอาการนอนไม่หลับ หลับ ๆ ตื่น ๆ หลับยากหรือตรงกันข้ามบางคนอาจจะรู้สึกง่วงเพลียจนอยากนอนทั้งวันก็เป็นได้
5.ทำอะไรช้าลง กระสับกระส่าย ในผู้ป่วยบางรายอาจจะรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรเชื่องช้าลงกว่าที่เคย หรือมีอาการกระวนกระวาย และกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัดเจน
6.เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อย เพลียง่ายกว่าแต่ก่อน หรือไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำงาน หรือกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
7.รู้สึกไร้ค่า บางคนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีความหมาย หรือทำอะไรก็ไม่ดีไปเสียหมด ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง หรือเอาแต่โทษตัวเองในทุก ๆ เรื่อง
8.สมาธิสั้น ความจำแย่ลง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าตัวเองสมาธิสั้น และความจำแย่ลง ทำให้มีอาการเหม่อลอยหรือใจลอยบ่อย ๆ จนทำให้มีปัญหาด้านการตัดสินใจ และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเคย
9.คิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง เริ่มมีการคิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกว่าชีวิตมืดมนไปหมดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ และอาจร้ายแรงไปจนถึงการฆ่าตัวตาย
ใครลองเช็กดูแล้วมีอาการตรงกันกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่ตั้งแต่ 5 อาการขึ้นไป หรือมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันก็ควรจะเข้ารับการปรึกษากับจิตแพทย์โดยด่วนนะคะ
สรุปเเล้ว โรคซึมเศร้าถ้าพยายามช่วยเหลือตนเอง เช่น การทำกิจกรรมมากขึ้น ปรับความคิดตนเอง หาเพื่อนหรือที่ปรึกษาช่วยเหลือแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ควรที่จะเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที