รวบผัวเมียปล่อยกู้ดอกโหดร้อยละ 240 ต่อปี ไม่จ่าย-โพสต์ประจาน
อีจัน อ้วน
15 กรกฎาคม 2567

ดอกเบี้ยโหดขนาดนี้จะเอาเงินที่ไหนจ่าย!
เอาจริงเป็นหนี้ก็ต้องจ่ายถูกแล้ว แต่ดอกเบี้ยสุดโหดกับยึดของทำมาหากิน และโพสต์ด่าทอประจานลูกหนี้ อันนี้ก็มีกฎหมายคุ้มครอง
จนเกิดเป็นเรื่องราวนี้ เนื่องจากตำรวจไซเบอร์พบเบาะแสความเดือดร้อนของประชาชน ว่ามีนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบได้โพสต์ประจานลูกหนี้ ทำให้เกิดความอับอายและได้รับความเสียหายจำนวนหลายราย โดยลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำ โดยทราบว่า นายทุนดังกล่าวคิดดอกเบี้ยที่สูงมากถึงร้อยละ 240 ต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีการยึดทรัพย์สินที่ชาวบ้านต้องใช้ประกอบอาชีพไว้เป็นหลักประกันในการชำระหนี้อีกด้วย เช่น หากต้องการกู้เงิน 30,000 บาทต้องนำรถกระบะมาวางเป็นหลักประกัน เป็นต้น และหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ตกลง ก็มักถูกประจานหรือถูกตามข่มขู่อีกด้วย
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2567 พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.1 บก.สอท.5 พ.ต.ท.อุดม อิสโร สว.กก.1 บก.สอท.5 พร้อมชุดสืบสวน พบข้อมูลว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ “นาดา น้องฮันน่า” ได้โพสต์ประจานลูกหนี้โดยใช้ถ้อยคำรุนแรงและเสียหาย จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวผู้ที่ใช้บัญชีดังกล่าว ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน และมีพฤติกรรมร่วมกันปล่อยเงินกู้ในจังหวัดกระบี่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี

จากการตรวจค้นภายในบ้านพบ นายจรัญ อายุ 47 ปี และ น.ส.นุชรินทร์ อายุ 35 ปี พักอาศัยอยู่ด้วยกันภายในบ้าน และสามารถตรวจยึดของกลาง เช่น
1. อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
2. อาวุธปืนพกสั้น แบบลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
3. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไททัน สีดำ จำนวน 2 คัน พร้อมเอกสารการรับจำนำจากลูกหนี้
4. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค จำนวน 1 คัน พร้อมเอกสารการรับจำนำจากลูกหนี้
5. หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน จำนวน 4 ฉบับ
6. หลักฐานการกู้ยืมเงินของลูกหนี้ ภายในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา จำนวน 16 ราย ยอดเงินตั้งแต่ หลักพันถึงหลักแสน คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด ร้อยละ 240 ต่อปี
7. เงินสด มูลค่า 353,460 บาท

เบื้องต้น น.ส.นุชรินทร์ ยอมรับว่า ตนและสามีได้ปล่อยเงินกู้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่และละแวกใกล้เคียง จ.กระบี่ มาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยในการให้กู้ ลูกหนี้ต้องนำทรัพย์สินมาวางเป็นหลักประกัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นรถยนต์และอาวุธปืนซึ่งของกลางที่ตำรวจตรวจยึดได้ก็เป็นของลูกหนี้ที่นำมาวางเป็นหลักประกันไว้เช่นเดียวกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองว่า “ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงินโดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ร่วมกันประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



