“บิ๊กเต่า”- ป.ป.ท.” เข้าพบ “ภูมิธรรม” ปมวัดพระบาทน้ำพุ
พอลลี่ อีจัน
27 สิงหาคม 2568

ตร.และเจ้าหน้าที่ เตรียมเข้าพบ ‘ภูมิธรรม’ ปม “ทิดอลงกต”
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกรณีที่เป็นกระแสในวงการผ้าเหลืองในวัดดังแห่งหนึ่ง ในจ.ลพบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการหาหลักฐาน และบุกจับคาวัด จนมาถึงขั้นการลาสิกขาด้วยความเต็มใจแล้ววันนี้

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (บิ๊กเต่า) รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้เข้าพบ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อแจ้งความคืบหน้า หลังนายอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ลาสิกขาแล้ว


โดย บิ๊กเต่า ได้รายงานกรณีทิดอลงกตทุกอย่าง ซึ่งนายภูมิธรรม ขออย่าให้กระทบกระเทือนกับประชาชน อย่าให้เสื่อมเสีย ทั้งนี้นายอลงกตได้อัดคลิปวิดีโอพูดถึงความถูกผิดเพื่อแจ้งให้ประชาชนว่าตนเองทำไม่ถูกเยอะ ในส่วนที่ทำถูกก็เป็นบุญ ในส่วนที่ทำผิดก็ต้องรับโทษ ซึ่งนายอลงกตยอมรับการสึกโดยที่ยังยิ้มอยู่ พร้อมสอนพระสอนคนด้วย นายอลงกตห่วงใยความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา ทั้งนี้คลิปดังกล่าวประชาสัมพันธ์ฝ่ายสอบสวนกลางจะนำมาเผยแพร่ ส่วนเรื่องเงินทองที่ต้องไปดูเส้นทางการเงิน เพราะหลักฐานตั้ง 30 ปี เราเพิ่งเริ่มเปิดแผลเรามีการค้น 17 จุดเพื่อเอาหลักฐานและไปสอบปากคำ หาเส้นเงิน หาผู้กระทำความผิด เราต้องการเอาทรัพย์สินของวัดทั้งหมดที่ไปอยู่ในกระเป๋าคนอื่นกลับมาเป็นของวัดให้หมด เราเลยดำเนินการเรื่องคดีฟอกเงิน โดยจะให้ทุกคนที่ถือครองทรัพย์สินที่ดินของวัดเอากลับมาวางบนโต๊ะให้หมด ถ้าใครไม่เอามา จะถูกดำเนินคดี ตนจึงแจ้งเตือนไปว่าใครที่ถือครองทรัพย์สินของวัด ไม่ว่าจะเป็นอะไร ซึ่งทิดอลงกตได้สึกไปแล้ว ให้ท่านนำของเหล่านี้มาคืนเจ้าหน้าที่ และแสดงตัวบอกที่มาที่ไป ท่านก็จะยังมีคำว่าเจตนากับไม่เจตนา ท่านยังมีโอกาสที่จะไม่ถูกดำเนินคดี แต่ถ้าท่านยังดื้อ หรือไม่ยอมที่ดิน อันนี้ก็จะกลับไปทำลายท่าน หรือทรัพย์สินอื่นที่จะกลับไปทำลายท่าน ตนขอเตือนให้เอามาคืนและให้มาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ และเท่าที่เราดูเส้นเงินได้ประเมินว่ามีเส้นเงินเป็นมูลค่าหลายพันล้าน ซึ่งวงจรวัดนี้เป็นเหมือนบริษัทหนึ่งที่ตั้งมูลนิธิขึ้นมาเพื่อหาเงิน ที่ตั้งเพจ ชมรมขึ้นมาเพื่อหาเงินเหมือนบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินเข้ามาร่วม 30 ปี จนไม่รู้จะเอาเงินไปกองเอาไว้ที่ไหนก็เลยมีการถ่ายออกไปซื้อทรัพย์สินให้คนอื่นถือครอง
อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามเส้นทางการเงินของทิดอลงกต กันต่อค่ะ