DSI แจงยุติคดี “ธัมมชโย” ขาดอายุความ ตามจับ 15 ปีไม่เจอตัว ย้ำ ไม่กระทบแพ่ง
บวรวัฒน์ อีจัน
27 มีนาคม 2569

จากกรณี (26 มี.ค. 69) อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา รายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้งคำสั่งยุติดำเนินคดี พระไชยบูลย์ ธมฺมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เซ่นความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร โดยให้เหตุผลว่าคดีขาดอายุความ 15 ปี นั้น ล่าสุดมีความคืบหน้าแล้ว

วันนี้ (27 มี.ค. 69) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกประกาศชี้แจง ถึงกรณีพนักงานอัยการ มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ยุติการดำเนินคดีกับ พระไชยบูลย์ ธมฺมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อ พ.ศ. 2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับดำเนินคดีอาญา กรณีมีผู้กล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ช่วงระยะเวลาเกิดเหตุระหว่าง พ.ศ. 2552 – 2554 เป็นคดีพิเศษ โดยคดีดังกล่าว มีการดำเนินคดีกับ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานและผู้จัดการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ในความผิดต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นเหตุให้สมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหาย กว่า 13,000 ล้านบาท
ต่อมา มีการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่า พระธัมมชโย และบุคคลเกี่ยวข้องมีการรับโอนเงินจากสหกรณ์ฯ ไปโดยมิชอบ มูลค่ารวมประมาณ 1,458 ล้านบาท กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงแยกกรณีดังกล่าว มาทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559

ทางคดีสอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว หนึ่งจำนวนดังกล่าวคือพระธัมมชโย ซึ่งไม่ได้มารับทราบข้อกล่าวหา และมีพฤติการณ์หลบหนี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงร้องขอต่อศาลเพื่อออกหมายจับพระธัมมชโยต่อศาลอาญา และได้มอบหมายให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยติดตามจับกุม รวมทั้งประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการติดตามจับกุมภายในประเทศ นอกจากนั้น ยังมีการประสานความร่วมมือไปยังตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดงในการประกาศสืบจับไปยังต่างประเทศด้วย
สำหรับนายศุภชัย กับพวก ที่ถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงินและอัยการฟ้องต่อศาลแล้ว ปัจจุบันศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงและในส่วนมาตรการทางแพ่ง วัดพระธรรมกาย ได้คืนเงินจำนวน 1,458 ล้านบาท ไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ให้กับผู้เสียหายแล้ว
และเนื่องจากคดีนี้ เหตุเกิดระหว่างปี พ.ศ. 2552 – 2554 ซึ่งอายุความฟ้องคดีฟอกเงิน มีอายุความ 15 ปี และอัยการเห็นว่าสำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนี สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป เนื่องจากคดีขาดอายุความ จึงแจ้งยุติการดำเนินคดีมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ได้ประสานงานในการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดมา และกรณีคำสั่งอัยการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สำหรับมาตรการทางแพ่ง เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ ปปง. รับผิดชอบ ยังคงมีการยึดอายัดอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เพื่อพิจารณาคืนทรัพย์ให้กับสหกรณ์ฯ ในฐานะผู้เสียหายต่อไป
