เกิดอะไรขึ้น? ชาวพิจิตรนับร้อย แห่ร้อง กองทุนชุมชนเชิดเงิน? ความเสียหายพุ่ง 30 ล้านบาท
แพทตี้ อีจัน
19 กุมภาพันธ์ 2569

เกิดอะไรกับ “กองทุนฌาปนกิจ” ล่าสุดพบดราม่าหลายพื้นที่ ทั้งเอกสารยกเลิกกองทุน และคนที่ไม่สามารถเบิกถอนเงินได้
วันนี้ (19 ก.พ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร จำนวนมาก ไม่สามารถเบิกถอนเงินฝากของกองทุนที่พัฒนามาจากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้านได้ โดยทางสถาบันฯ อ้างสภาวะขาดสภาพคล่อง พบมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งสูงถึง 30 ล้านบาท
โดยนายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายอเนก ถนอมจิตร์ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร นางสาวพันสี คุณธรรม พัฒนาการจังหวัดพิจิตร นายปริวัชร วัชรวิภา นายอำเภอวชิรบารมี ลงพื้นที่ประชุมผู้ได้รับความเดือดร้อนและร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ณ อาคารอเนกประสงค์ อบต.บ้านนา

สำหรับเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นกับสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอวชิรบารมี ซึ่งเป็นกองทุนที่พัฒนามาจากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้าน แต่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน ต่อมามีการขยายตัวและรับสมาชิกจากนอกพื้นที่ โดยเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง ร้อยละ 5 ต่อปี จนมีสมาชิกมากกว่า 1,000 ราย ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อสมาชิกพยายามไปถอนเงิน แต่ทางสถาบันฯ ปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่า ลูกหนี้รายอื่นไม่ชำระหนี้ตามกำหนด มีการเบิกถอนเงินจากสถาบันฯ พร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ขาดสภาพคล่อง
และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร อำเภอวชิรบารมี และสำนักงานพัฒนาชุมชน บวกกับข้อมูลจาก สภ.วชิรบารมี ระบุว่า มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแล้วประมาณ 100 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่ทางอำเภอได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายอีกกลุ่ม 39 ราย มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการประสานงานกับธนาคาร ธ.ก.ส. พบว่าบัญชีของสถาบันการเงินชุมชนแห่งนี้ เหลือเงินเพียงประมาณ 60,000 บาทเท่านั้น เมื่อทางอำเภอขอตรวจสอบเอกสารบัญชีและรายชื่อสมาชิก ทางสถาบันการเงิน กลับปฏิเสธที่จะแสดงหลักฐานดังกล่าว
ความคืบหน้าล่าสุด กลุ่มผู้เสียหายได้ดำเนินการในหลายช่องทางเพื่อทวงคืนเงินฝาก แจ้งความดำเนินคดีอาญา ณ สภ.วชิรบารมี ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับร้องทุกข์ต่อสำนักงานอัยการ คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายจังหวัดพิจิตร สมาชิกบางส่วนได้แต่งตั้งทนายความเพื่อฟ้องร้องต่อศาล โดยมีการส่งหมายแจ้งให้สถาบันฯ ชำระหนี้แล้ว ด้านอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายและหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่อไป
มีพื้นที่ไหนเกิดปัญหาคล้ายๆ กันอีกมั้ยคะ คอมเมนต์แชร์ข้อมูลกันหน่อยค่ะ