เข้าสู่วันที่ 6! ปภ. สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหว (2 เม.ย. 68) กู้ชีวิตใต้ซากต่อเนื่อง
บวรวัฒน์ อีจัน
2 เมษายน 2568

(2 เม.ย. 68) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) รายงานสรุปสถานการณ์ประจำวัน และความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่เกิดขึ้นในเมียนมา (28 มี.ค. 68) โดยแรงสั่นสะเทือนมายังประเทศไทย รวม 63 พื้นที่ โดยเฉพาะโศกนาฏกรรมตึกถล่มย่านจตุจักร กรุงเทพฯ นับเป็นการเข้าสู่วันที่ 6 แล้ว

สถานการณ์โดยรวม เบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหาย 18 จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ลําปาง ลําพูน น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กําแพงเพชร ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) 128 อ. 377 ต. 615 ม. บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 871 หลัง วัด 81 แห่ง โรงพยาบาล 163 แห่ง อาคาร 19 แห่ง โรงเรียน 64 แห่ง สถานที่ราชการ 47 แห่ง และกรุงเทพมหานคร มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 35 ราย (กรุงเทพมหานคร 34 ราย จ.นนทบุรี 1 ราย)
การให้ความช่วยเหลือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สปก.กทม. หน่วยทหาร จนท.ตร. จิตอาสา อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าให้การช่วยเหลือผู้ติดค้างภายใต้ซากอาคาร โดย นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก (after shock) อย่างใกล้ชิด และให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1-18 จัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้การสนับสนุนจังหวัด และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และอธิบดีกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย สั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว
กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าสถานการณ์ได้คลี่คลาย อีกทั้งผลกระทบต่อประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้รับการแก้ไขระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเส้นทางคมนาคม รวมถึงความเป็นอยู่ของประชาชนกลับสู่ภาวะปกติ และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้ดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงมีการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ในการนี้ ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติพิจารณาแล้ว จึงให้ลดระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) เป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง (ระดับ 2) ตามแผนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2554 – 2570 โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อํานวยการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะผู้อํานวยการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้สั่งการควบคุม และบัญชาการในพื้นที่จังหวัด และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ระดมทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) รวม 77 นาย พร้อมด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย กว่า 14 รายการ จากศูนย์ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี เขต 3 ปราจีนบุรี และเขต 16 ชัยนาท เข้าร่วมปฏิบัติการสนับสนุน การค้นหาผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งได้ร่วมกับ กสทช. ส่ง SMS แจ้งประชาชน จํานวน 4 ครั้ง เพื่อให้รับทราบสถานการณ์แผ่นดินไหว และแนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยก่อนที่จะกลับเข้าที่พักอาศัย ตลอดจนได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย กว่า 355 รายการ ให้พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนของจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ ผลกระทบ และการแก้ไขปัญหาภัยจากแผ่นดินไหว ดังนี้
1) การบริหารสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นศูนย์กลางในการอํานวยการ ประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน ระดมสรรพกําลังและทรัพยากร ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาพรวม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า กรุงเทพมหานคร ดําเนินการให้ความช่วยเหลือและค้นหาผู้ที่ยังติดค้างอยู่ในอาคารที่ถล่ม โดยมีผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ
2) การแจ้งเตือนประชาชน
ขอให้เร่งพัฒนาระบบ Cell Broadcast ที่จะสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือ ของประชาชนโดยตรงเพื่อให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์
3) การคมนาคมและการจราจร
ให้มีการเตรียมความพร้อมรองรับ หากเกิดกรณีจําเป็นต้องทําการปิดเส้นทางคมนาคมและการจราจร โดยมีระบบการแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบสถานการณ์ว่ามีการปิดเส้นทางคมนาคมเส้นทางใดบ้าง มีทางเลี่ยง หรือทางเลือกที่สามารถเดินทางได้ในเส้นทางใดให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และการทางพิเศษแห่งประเทศไทยในการแก้ไขปัญหากรณีมีเศษวัสดุจากอาคารสูงด้านข้างจะร่วงหล่น มาในบริเวณด่านดินแดงทางพิเศษเฉลิมมหานคร
4) การตรวจสอบอาคาร
ให้จัดตั้งคณะกรรมการ/คณะทํางาน เพื่อทําการตรวจสอบอาคารที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันความปลอดภัยของอาคาร เพื่อให้ผู้ใช้อาคารมีความเชื่อมั่น ในเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร
5) การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร
ให้กระทรวงการต่างประเทศ ทําการสื่อสารภาคภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนจากต่างประเทศที่ยังคงให้ความสนใจและได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประสานรวบรวมข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ สายด่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์และการปฏิบัติ ตนอย่างปลอดภัย รวมถึงแจ้งช่องทางในการติดตามข่าวสารจากทางภาครัฐ รวมถึงช่องทางแจ้งเหตุ