บีบหัวใจ! “น้องหมา” ตายอนาถโดนเชือกรัดคอห้อยไปกับรถ  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

25 สิงหาคม 2568

บีบหัวใจ! “น้องหมา” ตายอนาถโดนเชือกรัดคอห้อยไปกับรถ  

สะเทือนหัวใจคนรักหมาที่สุด… 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องคลิปน้องหมาที่ตายอนาถคารถตามสื่อโซเชียลออนไลน์  ซึ่งเมื่อวันที่ 24 ส.ค.68 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์  (WDT) รับเรื่องร้องเรียนเศร้าสลด จากอำเภอเมือง อุดรธานี  เกี่ยวกับน้องหมาที่ตายอย่างน่าหดหู่ ทำเอาใจคนเห็นถึงกับหลั่งน้ำตา  โดยได้ระบุเนื้อหาว่า…. 

WDT รับเรื่องร้องเรียนเศร้าสลด จากอำเภอเมือง อุดรธานี #คาดเจ้าของรถเเอาหมาผูกไว้หลังรถแล้วน้องหมากระโดด หรือตกรถ  เชือกที่ผูกไว้ จึงกลายเป็นรัดคอห้อยไปกับรถ #จนสิ้นใจอย่างทรมาน ผู้พบเห็นพยายาม ทั้งบีบแตร ทั้งเปิดไฟสูง ขับรถตีคู่เรียกเจ้าของรถให้เปิดกระจกแล้วแต่ไม่เป็นผล จึง โพสต์ลง Facebook และมีคนส่งคลิปมาร้องเรียนกับมูลนิธิ  WDT จะประสาน สถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุให้ติดตามตัวเจ้าของรถมาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 24 ว่าด้วยการขนส่งสัตว์ แห่ง พรบ.ป้องกันการทารณุกรรมฯ ส่วนจะเป็นเจตนาทารุณกรรมสัตว์หรือไม่นั้น ต้องดำเนินการสืบสวน สอบสวนต่อไป 

ซึ่งก็คาดว่าน้องหมาตัวนี้น่าจะไม่รอด น้องคงสิ้นใจอย่างทรมานในช่วงที่โดนเชือกรัดคอค่ะ  RIP นะ เจ้าหมาน้อย   

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้ออกมาอัปเดตเพิ่มเติมว่า #พบตัวแล้ว_เจ้าของผูกหมาไว้ท้ายรถเชือกรัดคอเสียชีวิตอนาถ

WDT ประสาน ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี มอบหมายสารวัตรปราบปราม สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก เจ้าของรถ ได้ความว่า คุณลุง เป็นเจ้าของหมา และกำลังพาน้องหมาที่ป่วยไม่กินอาหารไปโรงพยาบาลสัตว์ โดยคุณลุงผูกหมาไว้หลังรถกระบะ น้องหมาน่าจะกระโดดลง จึงกลายเป็นเชือกรัดคอห้อยอยู่ข้างรถ ตามคลิป

คุณลุงสายตาไม่ดี ไม่เห็นและไม่ได้ยิน ผู้ถ่ายคลิปที่พยายามบีบแตรเปิดไฟสูงเพื่อเรียกให้จอด จนมาถึงโรงพยาบาลสัตว์ก็พบว่าน้องหมาสิ้นใจไปแล้ว

ทั้งนี้ ด้าน WDT จึงประสาน ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี มอบหมายปศุสัตว์อำเภอเมือง เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินการปรับพินัย จำนวนไม่เกิน 40,000 บาท ในข้อหามาตรา 24 พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ ว่าด้วยการขนส่งสัตว์ ที่ต้องดูแลสวัสดิภาพสัตว์ในขณะดำเนินการขนส่งสัตว์ #ซึ่งเรื่องเหล่านี้แน่นอนว่าประชาชนไม่รู้กฎหมาย

WDT จึงหวังว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนให้กับคนที่ชอบเอาน้องหมาไว้หลังรถ ว่ามันเสี่ยงต่ออันตรายถึงชีวิตของน้องหมาและมีความผิดตามกฎหมายด้วย

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ https://www.facebook.com/share/v/19hEoGAA9z/