สืบนครบาลรวบ 2 ยุ่นเลือดยากูซ่า อุ้มซ้อมข้ามคืนก่อนบังคับกินอุนจิ
อีจัน อ้วน
6 พฤศจิกายน 2567

จากกรณีที่มีผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท และ สน.โชคชัยว่าได้ถูกแก๊งชาวญี่ปุ่นเ 3 คน ร่วมกันอุ้มพาไปเข้าเซฟเฮ้าส์ลับ ก่อนรีดเงิน 300,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าดำเนินการวิ่งเต้นทำวีซ่าที่ด่านปอยเปต ซึ่งทางผู้เสียหายมีเงินไม่พอ จ่ายเงินไปให้กับกลุ่มคนร้ายไปได้เพียง 135,000 บาท พร้อมถูกข่มขู่จะฆ่าหมกป่า และบังคับให้ผู้เสียหายกินอุนจิเพื่อรีดเงินเพิ่มนั้น
ล่าสุด วันที่ 6 พ.ย. 67 ตำรวจสืบนครบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. ร่วมกันสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัว นายนิกิ ฟุกุ (NIKI FUKUX) อายุ 45 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.5034/2567 ลงวันที่ 17 ต.ค. 67 ข้อหา “รวมกันกรรโชกทรัพย์ผู้อื่น” และ นายโทมิกิ อาซาอิ (TOMIKI ASAI) อายุ 26 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.5036/2567 ลงวันที่ 17 ต.ค. 67 ข้อหา “รวมกันกรรโชกทรัพย์ผู้อื่น”

โดยจับกุมตัวได้ที่ บ้านเคียงน้ำ รีสอร์ท ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตรวจยึดเงินสด จำนวน 179,000 บาท และของกลางในคดีรายละเอียด ดังนี้
- อุปกรณ์เสพกัญชาแบบบ้อง สีดำ 1 อัน
- อุปกรณ์เสพกัญชาแบบบ้อง สีใส 1 อัน
- อุปกรณ์เสพกัญชาแบบบ้อง 1 อัน
- ที่บดกัญชา 1 อัน
- ถาดใส่กัญชา 1 อัน
- ธนบัตรไทย 1,000 บาท 100 ฉบับ รวม 179,000 บาท
- ธนบัตรไทย 1,000 บาท 35 ฉบับ
- ธนบัตรไทย 1,000 บาท 44 ฉบับ
- โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 12 สีดำ imei1 : 355984576866194, imei2 : 355984576846618 1 เครื่อง
- โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 13 PRO สีดำ imei1 : 356942282845232, Imei2 : 356942282506446 1 เครื่อง
- โทรศัพท์มือถือ Galaxy A14 สีน้ำเงิน Imei1 : 353120681818075, Imei2 : 354652831818075 1 เครื่อง
- ไอแพด pro 1 เครื่อง
- ไอแพด 1 เครื่อง
- สมุดเช็ค ธ.ออมสิน 1 ฉบับ
- สมุดเช็ค ธ.ไทยพานิชย์ 1 ฉบับ
- กระเป๋า Gucci สีดำ 1 ใบ

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท และ สน.โชคชัยว่าได้ถูกขบวนการเถื่อน 3 คน ร่วมกันอุ้มพาไปเข้าเซฟเฮ้าส์ลับ ก่อนรีดเงิน 300,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าดำเนินการวิ่งเต้นทำวีซ่าที่ด่านปอยเปต ซึ่งทางผู้เสียหายมีเงินไม่พอ จ่ายเงินไปให้กับกลุ่มคนร้ายไปได้เพียง 135,000 บาท กลุ่มผู้ต้องหายังไม่พอใจได้พาตัวผู้เสียหายไปบริเวณทุ่งหญ้าทำทีข่มขู่จะฆ่าหมกป่า ก่อนจะพาตัวไปกักขังไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่าน ถ.เกษตรนวมินทร์ ลงมือซ้อมผู้เสียหาย “ตลอดคืน” ก่อนบังคับให้ผู้เสียหายกินอุจจาระเพื่อรีดเงินเพิ่ม โชคเข้าข้างที่ผู้เสียหายอาศัยจังหวะที่กลุ่มผู้ต้องหาเผลอติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้

หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้แจ้งความที่ สน.โชคชัย และ สน.พญาไท (เหตุต่อเนื่อง) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คือ 1.นายนิกิ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี สัญชาติญี่ปุ่น , 2.นายโทมิกิ(สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติญี่ปุ่น และ 3.นายเปา (สงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติไทย และยังสืบทราบพฤติกรรมโฉดของกลุ่มคนร้ายอีกว่าเคยก่อเหตุสาวหมัดคู่กรณีบนโรงพักกลางวันแสกๆ

ซึ่งต่อมาได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดย นายเปา ผู้ต้องหาชาวไทยได้ถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา แต่ทว่าผู้ร่วมขบวนการชาวญี่ปุ่นอีก 2 รายยังคงลอยนวล พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำทีมชุดสืบนครบาลลงพื้นที่ติดตามไล่ล่า โดยสืบทราบว่า นายนิกิ มักมีพฤติกรรมชอบเสพกัญชาโดยเฉพาะกัญชาสูตร 3king หรือ การผสมกัญชาตัวท็อป 3 ชนิด และได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่น 2 หลบหนีไปกบดาลรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ไปตรวจสอบ โดยตอนแรกเจ้าหน้าที่หาไม่พบ แต่ทว่าได้กลิ่นกัญชาเตะจมูกชุดสืบสวนมาแต่ไกล จึงได้ตามรอยกลิ่นไปกระทั่งพบห้องต้องสงสัย 2 ห้องติดกัน ซึ่งเมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบคนร้ายทั้ง 2 คน จึงสามารถควบคุมตัวไว้ได้
จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์การเสพกัญชา และเงินสดของนายนิกิ จำนวน 130,000 บาท จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และจากการขยายผลในชั้นจับกุมพบว่า นายนิกิฯ มีความสนิทสนมกับนายเปา (ผู้ร่วมก่อเหตุชาวไทย) มีการให้เงินกับนายเปาไปแล้วหลายร้อยล้านบาท

ในชั้นจับกุม นายนิกิ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเองไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนี้ทั้งสิ้น และยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้ผู้เสียหายกินขี้ และไม่ได้เป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกายด้วย ที่หลบหนีเพราะทนาย สั่งให้ตนหลบหนี ตนยอมรับว่าชอบประเทศไทยมากเพราะตอนที่ตนเองอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเคยถูกจับเรื่องกัญชามาแล้วกว่า 4 ครั้ง จึงหอบเงิน 1 พันล้านเยนมาที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยเพราะอยากเสพกัญชา และคนไทยน่ารัก ปัจจุบันตนทำธุรกิจกัญชา และธุรกิจขนส่งข้ามประเทศ โดยตนได้รู้จักกับ นายเปา จากร้านกัญชาแห่งหนึ่ง แล้วตัดสินใจร่วมลงทุนต่าง ๆ ตามคำแนะนำของ นายเปา ซึ่งรวมแล้วได้ให้เงินนายเปาไปทั้งหมด 135 ล้านบาท จนตอนนี้เริ่มสงสัยว่าน่าจะถูกนายเปาหลอกเอาเงินไป โดยปัจจุบันก่อนจะถูกจับ นายเปา ก็เข้าไปอยู่อาศัยในบ้านของตนเองย่านนวลจันทร์ ส่วนตนเองก็หลบหนีคดีไปอยู่ตามรีสอร์ทในพื้นที่ต่างจังหวัด

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า จากการพฤติการณ์ก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายถือว่า อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และยังส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งการขยายผลเราได้ข้อมูลว่าคนร้ายชาวญี่ปุ่น 2 รายนี้มาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยแล้วประกอบอาชีพขายกัญชา และยังทำธุรกิจการขนส่งไปยังประเทศต่างแดน และมีเงินหมุนเวียนในขบวนการหลายร้อยล้านบาท ทำให้ต้องตั้งข้อสังเกตไปถึงธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หลังจากนี้เราจะมีการขยายผลโดยละเอียด และขอประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชน ผู้ใดเคยถูกกลุ่มผู้ต้องหารายนี้กระทำสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่เพจ สืบนครบาล IDMB เราจะมีการขยายผลให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. หลังจับกุมขยายผลได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีต่อไป

