“ธรรมนัส” สั่งดัน “ม้าน้ำตากแห้ง” กลับสู่ตลาดจีน สร้างรายได้เกษตรกรไทย
บวรวัฒน์ อีจัน
15 พฤศจิกายน 2568

(14 พ.ย. 68) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าประชุมทวิภาคีกับ ดร.ซุน เหม่ย จวิน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ระหว่างไทยและจีน

ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า ไทยได้เสนอการเปิดตลาดผลไม้สดเพิ่ม 4 ชนิด ได้แก่ อินทผลัม สละ มะปราง และมะยงชิด เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันของผลไม้คุณภาพไทยในตลาดจีน ตั้งเป้าดันมูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยให้สูงกว่า 160,000 ล้านบาทต่อปี โดย GACC ได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินสวนและโรงคัดบรรจุอินทผลัมและสละในไทยแล้ว เมื่อวันที่ 5–9 สิงหาคม 2568 คาดว่าจะสามารถเปิดนำเข้าได้ช่วงต้นปีหน้า ขณะที่ มะปรางหวานและมะยงชิดสด อยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณา
“เบื้องต้นประเมินว่า หากเปิดตลาดครบทั้ง 4 ชนิด ไทยจะสามารถส่งออกอินทผลัมและสละรวม 3,000 ตัน มูลค่ากว่า 565 ล้านบาทต่อปี และส่งออกมะปรางหวานและมะยงชิดรวม 4,000 ตัน มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยขยายฐานการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดจีนได้อย่างก้าวกระโดด” ร.อ. ธรรมนัส กล่าว

ในส่วนของลำไยส่งออก ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญอย่างมาก ต่อปัญหาการตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) เกินมาตรฐาน โดยกรมวิชาการเกษตรได้หารือกับ GACC เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เพื่อหาแนวทางแก้ไข ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย เนื่องจากไม่เคยมีการวิเคราะห์ปริมาณ SO₂ ในลำไยทั้งผล (เนื้อ–เมล็ด–เปลือก–ก้าน) ไม่เกิน 50 ppm มาก่อน ไทยจึงขอให้จีนพิจารณามาตรการช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยยึดตามพิธีสารปี 2547 ให้ตรวจเฉพาะเนื้อผลไม่เกิน 50 ppm ชั่วคราว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการค้า พร้อมย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อคุณภาพสินค้า และความปลอดภัยของผู้บริโภคชาวจีน และพร้อมร่วมวิจัยพัฒนามาตรฐานร่วมกันกับจีนอย่างใกล้ชิด
ส่วนพิธีสารทุเรียนฉบับใหม่ที่จีนเสนอให้ไทยพิจารณา ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบให้ร่วมกันปรับปรุงเนื้อหาให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การส่งออก–นำเข้า ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ภายใต้กรอบกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ พร้อมมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรประชุมหารือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และเกษตรกรชาวสวนทุเรียนอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ ร.อ. ธรรมนัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยได้เจรจาผลักดันให้ ม้าน้ำตากแห้งของไทย กลับเข้าสู่บัญชีรายชื่อวัตถุดิบยาจากสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจีนอีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิตม้าน้ำไปสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อขยายโอกาสการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับเกษตรกรไทย แต่ยืนยันว่า จะต้องมีการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรฐาน CITES เพื่อป้องกันการลดจำนวนประชากรม้าน้ำในธรรมชาติ
“หากนำม้าน้ำตากแห้งกลับเข้าสู่ตลาดจีนได้จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า และสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน โดยผมได้มอบหมายให้กรมประมงสนับสนุนฟาร์มเพาะเลี้ยงม้าน้ำเชิงพาณิชย์ เพื่อลดปริมาณการจับจากธรรมชาติ รวมทั้งการรับรองฟาร์มตามมาตรฐานสากล และให้ขยายผลการเรียนรู้ไปยังเกษตรกรเพื่อให้พัฒนาศักยภาพในการผลิตม้าน้ำที่เพียงพอกับความต้องการของตลาด” ร.อ. ธรรมนัส กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์