ทนายอนันต์ชัย แฉ พระดังปทุมธานี ส่อฟอกเงินข้ามชาติ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

16 กันยายน 2568

ทนายอนันต์ชัย แฉ พระดังปทุมธานี ส่อฟอกเงินข้ามชาติ

ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องไปยังกรณีข่าวฉาวสะเทือนวงการสงฆ์ หลังจาก ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ออกมาเปิดเผยเรื่องฉาวของ พระวัดดังเมืองปทุมธานี ซึ่งพบหลักฐานเส้นเงินวัด ถูกโอนไปให้สีการายหนึ่งมากกว่า 12.2 ล้านบาท จนกลายเป็นกระแสในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อีกทั้ง ตำรวจสอบสวนกลาง ได้ยืนยันในการรับประเด็นดังกล่าวเข้าตรวจสอบแล้ว นั้น

วันนี้ (16 ก.ย. 68) รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ได้โทรสัมภาษณ์ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดของพระรูปหนึ่งที่พบเส้นเงินวัดกว่า 12.2 ล้านบาท โอนไปยังสีการายหนึ่งที่ประเทศเยอรมนี

ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ประเด็นเรื่องนี้เกิดจากสีกาคนดังกล่าว มีความเชื่อและศรัทธาว่าพระรูปนี้เป็นพระอรหันต์และเทศน์เก่ง เลยเกิดการหลง พร้อมเข้ามาติดต่อและเป็นสาวก อีกทั้งมีการคิดวางแผนที่จะเปิดสาขาในยุโรป 1 ในนั้นคือประเทศเยอรมนี สุดท้ายก็ได้มีการเปิดเป็นสมาคมฯ ซึ่งเป็นโลโก้เดียวกัน (กับเพจ) ซึ่งพอเปิดแล้วต้องมีค่าใช้จ่าย โดยในครั้งแรก (พระ) ได้โอนไป 6 ล้านบาท อ้างว่าเป็นเงินของพี่สาว (เงินส่วนตัว) แต่อีก 3 ครั้ง เป็นเงินของวัด โดยสีกาคนนี้เป็นคนไทย

ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า พอเปิดบัญชีที่ไทยแล้ว ก็โอนเงินไปยังประเทศเยอรมนีเพื่อเข้าสมาคมฯ ซึ่งถ้าหากโอนเงินเกินกว่า 5 แสนบาท จะต้อง Declare กับกรมศุลกากร เลยพบว่ามีการทำธุรกรรมโอนเงิน 27 ครั้ง หลังจากนั้นก็พบว่าถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพระ ที่เปิดไว้ในเยอรมนี ต่อมาปรากฎว่า ทางการเยอรมันเกิดความสงสัยว่า มีการโอนเงินจำนวนไม่สูง และบ่อยครั้ง จึงมีการอายัดบัญชีพร้อมตรวจสอบ ก่อนดำเนินการแจ้งข้อหาฟอกเงินกับสุภาพสตรีสีกา ร่วมกันพระรูปนี้ด้วย แต่พระกลับมาเมืองไทยก่อน

ก่อนที่สีกาคนนี้ จะนำข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปแจ้งกับทางการเยอรมนีว่า เงินทั้งหมดที่ถูกโอนเข้ามา เป็นเงินทำบุญ เงินบริจาค สีกาคนนี้ก็เลยรอดตัว แต่ตอนหลังมีความรู้สึกว่าทำไมต้องโอนเงิน 2-3 ทอด และสลับบัญชีระหว่างบัญชีสีกา บัญชีสมาคม บัญชีพระ จึงเกิดความรู้สึกข้อขัดแย้งหลายเรื่อง ก่อนที่สีกาจะไม่ปฏิบัติตาม จึงมีการฟ้องร้องสีกาด้วยคดีอาญา “ยักยอกทรัพย์” (ฟ้องที่ประเทศเยอรมนี) รวมถึงคดีแพ่งด้วย แต่ในคดีอาญา ทางสีกาสามารถนำพยานหลักฐานไปแจ้งได้ว่าเป็นเงินของวัด และไม่ใช่การฟอกเงิน แต่ในส่วนคดีแพ่งพบว่ามีการเรียกค่าเสียหาย อาทิ ค่าเงินเดือน 147,000/เดือน ที่พระจ่ายให้ รวมถึงค่าดำเนินการต่าง ๆ ค่าวีซ่า ซ้ำเป็นค่าอาหารแมว ก็มีการเรียกคืน รวมแล้วมากกว่า 13 ล้านบาท (คดียังค้างอยู่ที่เยอรมนี) แต่ถึงอย่างนั้น ข้อเท็จจริงในคดีแพ่งและอาญา ที่ถูกเปิดออกมาว่าโอนเงินจากพี่สาว สุดท้ายพบเป็นเงินของวัด พระรูปนี้ก็เกิดอาการตกใจ คิดว่ามีส่วมร่วมในการนำเงินบริจาคมาฟอกเงิน และหน่วยงานรัฐเยอรมนีให้รับรองเอกสาร ถึงกงสุลไทย จึงเห็นได้ว่าพระรูปนี้ให้การว่าเงินทั้งหมดเป็นเงินของวัด และให้นำเอกสารคดีทั้งหมด มาแจ้งความดำเนินคดีที่ประเทศไทย

ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สีกาคนนี้ได้ติดตามมาหาผม กระทั่ง 11 สิงหาคม 2568 สามารถติดต่อได้ ต่อมา 14 สิงหาคม 2568 สีกาได้ไปร้องกองปรามปราม, ปปช.,ปปง. พร้อมนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปด้วย

เงินที่สีกาได้รับกว่า 12.2 ล้านบาท มีการโอนคืนแล้วหรือยัง ? ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า โอนคืนเรียบร้อยแล้ว แต่จะมีอีกบางส่วนเป็นเงินบริจาค ซึ่งขณะนี้สมาคมฯ ถูกปิดและมีการเปิดที่ใหม่อีกที่หนึ่ง (ซึ่งยังมีอยู่)

ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า เรื่องนี้มูลนิธิฯ เราไม่ได้เป็นพระเอก เป็นเพียงแค่คนกระตุ้นต่อมพนักงานสอบสวน ปปช.,ปปง. เพราะหลักฐานทั้งหมด มีการแจ้งความไว้ก่อนแล้ว

ขอบคุณข้อมูล : รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand