20 ปี แก้เเค้นก็ไม่สาย ลูกชายขอเรียนตำรวจ ตามสืบจับคนฆ่าพ่อ
migrator
13 มกราคม 2564

วันที่ 5 พ.ย. 61 ตำรวจกองปราบปราม ได้จับกุมตัว นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี ได้ที่ริมถนนในหมู่บ้าน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2541 นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวก ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดฆ่า นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และ นายชาณี ทองหญีต แล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทางบ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
โดยก่อนเกิดเหตุนายประสิทธิ์ และนายชาณี ได้ขับรถสิบล้อเพื่อไปบรรทุกไม้ยางที่บริษัทเมโทร ในเขตพื้นที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อทั้งสองมาถึงที่บริษัทปรากฏว่าไม่มีไม้ยางจะบรรทุกจึงจอดรถรออยู่หน้าบริษัท
ในขณะที่รออยู่นั้น นายบุญฤทธิ์ ได้เข้ามาทำทีเป็นว่าจ้างให้ นายประสิทธิ์ และ นายชาณี ไปบรรทุกทราย แต่ทั้งสองไม่ไป นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวก จึงใช้มีดจี้บังคับให้ขึ้นรถกระบะ โดยใช้ถุงพลาสติกสีดำคลุมศีรษะ และใช้มีดฆ่านายประสิทธิ์ และนายชาณี ก่อนนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง
คนร้ายช่างใจดำ เขารู้หรือไม่ว่า นายประสิทธิ์ คือช้างเท้าหน้า ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ที่มีลูกเล็กวัยไม่ถึงปี

หลายปีต่อมา อาร์ม ลูกชายของ นายประสิทธิ์ โตขึ้น เเละได้รับรู้ว่าพ่อของตัวเองโดนฆ่าตาย เขาจึงตั้งเป้าหมาย อยากเป็นตำรวจเพื่อตามจับคนฆ่าพ่อมารับโทษให้ได้
จนในที่สุด อาร์ม ก็สอบบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้ตามความฝัน กลายเป็น ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์
เเละเขาก็ทำตามที่ตั้งใจไว้คือ หาตัวคนฆ่าพ่อ จนในที่สุดก็รู้ว่า นายบุญฤทธิ์ คือฆาตกร เเละยังลอยนวล
เขาจึงตามสืบจนรู้ว่า นายบุญฤทธิ์ มารับจ้างขับรถไถรับที่สวนปาล์ม ใน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
เขาจึงประสานชุดสืบสวนเข้าวางแผนจับกุม
ก่อนคดีจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธ.ค. 2561

นายบุญฤทธิ์ สารภาพว่าก่อเหตุเมื่อปี 2541 จริง ทราบว่าตนเองมีหมายจับจึงหลบหนี และไม่ได้ทำบัตรประชาชนอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมา
พร้อมทั้งขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ชุดสืบสวนจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
