ไทย–เกาหลี ผนึกกำลัง! ทลายแก๊งคอลฯ ข้ามชาติ โยงคดีทรมาน-ฆ่า นักศึกษาเกาหลี
อีจัน อ้วน
8 มกราคม 2569

ศูนย์ ACSC, ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และตำรวจเกาหลี
เปิดปฏิบัติการ Thailand-Korea Breaking Chains
บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้!!!

วันนี้ (8 ม.ค.68) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. และเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน จำนวน 2 ราย ได้แก่
1. นายฮัม (ชื่อเกาหลี) หรือ MR.XIAN (ชื่อจีน) สัญชาติจีน (ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล หรือ Red Notice)
ในความผิดฐาน “ (1) ล่อลวงเพื่อส่งตัวไปต่างประเทศ ตามมาตรา 288 วรรคสาม ประโยคแรก และวรรคสองแห่งกฎหมายอาญาของสาธารณัฐเกาหลี มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี 15 ปี และ (2) บังคับขู่เข็ญโดยมีลักษณะพิเศษ ตามมาตรา 324 วรรคสอง และวรรคหนึ่ง แห่งกฎหมายอาญาของสาธารณรัฐเกาหลี ฯลฯ”

2. นายเฉิน หรือ MR.CHEN สัญชาติจีน
ในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
สืบเนื่องจากประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีใต้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาโดยตลอด และมีแนวทางร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงให้ความร่วมมือในการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงได้ร่วมกันสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลพบเบาะแสว่า นายฮัม ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับสากลขององค์การตำรวจสากล (Interpol Red Notice) หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย
โดย นายฮัม เป็นผู้มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ใช้วิธีโฆษณาชักชวนเหยื่อมาทำงานในแสกมเซ็นเตอร์ เมื่อเหยื่อมาถึงจะถูกยึดหนังสือเดินทาง ข่มขู่ไม่ให้หลบหนี บังคับให้ทำงานและส่งมอบบัญชีธนาคารไปใช้เป็นบัญชีม้า พร้อมทั้งมีการใช้ความรุนแรง และยังมีความเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศเพื่อนบ้านจนเสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุ นายฮัม ได้หลบหนีการจับกุมเข้ามายังประเทศไทย หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ พัทยา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ในการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว พบบุคคลสัญชาติจีน 3 ราย พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน จากตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารต่างๆ พบว่าหนึ่งในนั้นคือ นายฮัม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนผู้ต้องหารายที่ 2 นายเฉิน ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหามีอาการมึนเมาคล้ายเสพยาเสพติด จึงขอตรวจค้นและตรวจปัสสาวะด้วยความยินยอม ผลตรวจเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบ ทดสอบสารเมทแอมเฟตามีนใน ปัสสาวะชนิดตลับขององค์การเภสัชกรรม พบสารเมทแอมเฟตามีน (ผลเป็นบวก) จึงส่งตัวอย่างไปยืนยันผลที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ ซึ่งปรากฎว่า (ผลเป็นบวก) และผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยาไอซ์มาจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนชาวจีนรายที่ 3 ขณะเข้าตรวจค้นยังไม่พบการกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนดังกล่าวหรือไม่ต่อไป จากการตรวจค้นเบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐานหรือความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายในประเทศไทยแต่อย่างใด
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับแผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เกี่ยวกับข้อมูลพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวและความผิดที่เกิดขึ้น รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดำเนินการประสานความร่วมมือ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตำรวจสอบสวนกลาง เน้นย้ำว่า หากมีการติดต่อมาเพื่อชักชวนให้ประชาชนหรือญาติร่วมลงทุนซึ่งมีผลตอบแทนจำนวนมาก ขอให้ระลึกไว้ว่าอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่เข้ามาติดต่อเพื่อหลอกลวงโดยอาศัยความโลภจากผลตอบแทนที่ได้จำนวนมาก และใครพบเห็นกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเข้าข่ายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้รีบแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบโดยเร็วค่ะ








