กต. ยัน “ไทย” ไม่คิดเปิดด่าน แม้ “กัมพูชา” กดดันหนัก
บวรวัฒน์ อีจัน
16 ตุลาคม 2568

ยังคงกลายเป็นปัญหาที่พูดถึงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดความไม่สงบบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การปิดการจุดผ่านแดนต่าง ๆ กระทั่งฟากกัมพูชา ได้พยายามเรียกร้องเจรจา เนื่องจากมีผลกระทบทางเศรษฐกิจประเทศ นั้น

วันนี้ (16 ต.ค. 68) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยมีการกล่าวกรณีฝ่ายกัมพูชา บิดเบือนข้อมูลที่ถูกนำเสนอผ่านทางสื่อของไทย อาทิ การใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ปฏิบัติภารกิจที่มีการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา นายนิกรเดช กล่าวว่า ย้ำตามที่กองทัพบกได้แถลงว่า การปฏิบัติการของ F-16 ฝ่ายไทยนั้น เป็นปฏิบัติการปกป้องอธิปไตยและพลเรือนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งมุ่งเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ซึ่งไทยไม่ใช่ฝ่ายที่เริ่มก่อน แต่เมื่อถูกรุกรานจึงมีความจำเป็นต้องตอบโต้ ผ่านการคิดคำนวณอย่างถี่ถ้วนด้วยเทคโนโลยีที่มี เพื่อมุ่งปฏิบัติการต่อเป้าหมายทางการทหารเท่านั้น
กรณีกัมพูชา บิดเบือนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนจากฝ่ายไทย แสดงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์หรือไม่นั้น นายนิกรเดช กล่าวว่า ไทยไม่ได้กังวลในด้านข้อเท็จจริง เนื่องจากไทยพร้อมจะอธิบายและชี้แจงตามหลักฐานที่มี แต่ยอมรับว่ากังวลถึงเจตนารมณ์ ที่ฝ่ายกัมพูชาแสดงออกผ่านการบิดเบือนข้อมูลเหล่านี้ ว่าเกิดขึ้นจากแรงขับเคลื่อนหรือแรงจูงใจอะไร พร้อมกันนี้ ฝ่ายไทยยังคงต้องการให้ฝ่ายกัมพูชา กลับมาเจรจาบนพื้นฐานของความจริงใจ เพื่อแสวงหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน

ส่วนกรณี สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ยื่นคำขาดให้ฝ่ายไทย เปิดด่านในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ไม่อย่างนั้นจะมีการเปิดโปงข้อมูลนักการเมืองไทย นั้น นายนิกรเดช กล่าวว่า ไทยจะไม่เปิดด่านผ่านแดนไทย – กัมพูชา ไม่มีเรื่องนี้อยู่ในสารบบ และการพิจารณาใด ๆ ในตอนนี้ ซึ่งเราพูดถึง 4 เรื่องคือ ขอให้กัมพูชาถอนอาวุธหนัก ร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน ปราบปรามขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ข้ามแดน และดำเนินการจัดการพื้นที่ชายแดนร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียกร้องเพื่อต้องการเห็นถึงความจริงใจจากกัมพูชา
สุดท้ายนี้ ท่าทีฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องให้ดำเนินการเปิดด่าน แสดงถึงความร้อนรนหรือจนตรอก นายนิกรเดช กล่าวว่า เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลจะมีมุมมอง หรือตีความหมายออกไป แต่ย้ำว่าทางออกมีขั้นตอนชัดเจน เมื่อมีความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในกรอบทวิภาคี เราพร้อมหารือและเดินหน้าไปด้วยกันอย่างสันติ เป็นมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ซึ่งไทยเลือกเส้นทางของสันติวิธีและความร่วมมือบนพื้นฐานของความจริงใจและสุจริตใจ ดังนั้น ถ้ากัมพูชาจริงใจ เลือกเส้นทางเดียวกับเรา ไม่ใช่เส้นทางของการเผชิญหน้า ก็ขอให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตามข้อเรียกร้องของฝ่ายไทยทั้ง 4 ข้อ