คุกตลอดชีวิต 7 ผู้ต้องหารุมโทรมเด็ก อีก 4 รายโทษจำลดหลั่นตั้งแต่ 11- 45 ปี
migrator
13 มกราคม 2564

จากกรณีเหตุการณ์รุมโทรมเด็กสาววัยตำกว่า 15 ปี ที่เกาะแรด หมู่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยเหยื่อระบุว่า มีชายทั้งเด็กหนุ่มและคนแก่ถึง 40 คนร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิดต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มิถุนายน และ ธันวาคม 2559

วันนี้ (25 พฤศจิกายน 2561) ศาลจังหวัดพังงาออกนั่งบัลลังก์พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องหาข่มขืนเด็กหญิงบ้านเกาะแรด
หลังพบพยานหลักฐานมัดแน่น ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 10 อาคารชั้น 3 ศาลจังหวัดพังงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา นายสำเร็จ พงศ์วงประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดพังงา และองค์คณะ ออกนั่งบัลลังก์ เพื่อพิจารณาคดีดำที่ 966/2560 และคดีดำที่ 1998/2560
ซึ่ง นายวรชิต หรืออิฉา คงบุตร จำเลยที่ 1 นายชาติชาย หรือเล็ก ศรีรัตน์ จำเลยที่ 2 นายบุญพจน์ หรือ อาหลี นนทรี จำเลยที่ 3
นายเฉลิม หรือ หว๋าบำ สามีน จำเลยที่ 4 นายสุชีพ หรือ บังเดช สุเมน จำเลยที่ 5 นายธวัชชัย หรือ ยูนุส เถาว์กู จำเลยที่ 6
นายณัฐวุฒิ หรือ กาหลีม บุตรน้อย จำเลยที่ 7 นายกีรติ หรือ อาหมาด สุเมน จำเลยที่ 8 นายสายัณห์ หรือ ย้อย สุเมน จำเลยที่ 9
นายรังสันต์ หรือ ฮาสัน ชายเลี้ยง จำเลยที่ 10 และนายนาวิก หรือ หลี จารึก จำเลยที่ 11
ถูกมารดา และเด็กหญิงอายุ 14 ปี บ้านเกาะแรด หมู่ที่ 6 ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา กล่าวหาว่าร่วมกันกับเพื่อนบ้านอีกกว่า 40 คน รุมข่มขืนกระทำชำเรา โดยก่อนหน้านี้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดถูกออกหมายจับ และตั้งข้อหาหนักจำนวน 50 ข้อหา
ซึ่งก่อนการพิจารณามีญาติและบุคคลใกล้ชิดจำเลยได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 10 คน เดินทางมาคอยรับฟังคำพิพากษาของศาลกันอย่างคึกคัก ส่วนฝ่ายโจทย์มีเพียงตัวแทน และทนายมูลนิธีมุสลิมเพื่อสันติจังหวัดภูเก็ตจำนวน 10 คน เดินทางเข้ามาร่วมรับฟังคำพิพากษาในครั้งนี้ด้วย
ส่วนนายธวัชชัย หรือ ยูนุส เถาว์กู ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวเพื่อนำมาฟังคำพิพากษาคดีในครั้งนี้ พร้อมกับผู้ต้องหารายอื่นอีก 10 ราย ซึ่งได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ต้น


ทั้งนี้ นายสำเร็จ พงศ์วงประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดพังงา ได้เริ่มอ่านคำพิพากษาต่อหน้าจำเลยทั้ง 11 และญาติ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 60 คน โดยใช้เวลาอ่านคำพิพากษาอย่างละเอียดนานกว่า 2 ชั่วโมง
สรุปสาระสำคัญได้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงภายในบ้านพักที่บ้านเกาะแรดจริง รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง
โดยเริ่มข่มขืนครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2559 ตั้งแต่ช่วงเวลา 23.30 น. หลังบิดา – มารดาเด็กหญิงออกไปกรีดยางพารานอกบ้าน นายวรชิต หรืออิฉา คงบุตร บุกเข้าไปภายในบ้านพัก ทางหน้าต่างข้างบ้าน ลงมือข่มขืนเป็นคนแรก และต่อมาได้ชักชวนเพื่อนสนิทมาร่วมข่มขืนกระทำชำเราซ้ำอีกหลายครั้ง และมีการถ่ายรูป และคลิปวีดีโอขณะก่อเหตุได้ เพื่อข่มขู่เด็กหญิงอีกด้วย
แทบทุกครั้งที่บุกเข้าไปข่มขืนเด็กหญิงภายในบ้านนายวรชิต หรืออิฉา คงบุตร จำเลยที่ 1 และนายวรพจน์ หรือ อาหลี นนทรี จำเลยที่ 3 มักจะบังคับให้เด็กหญิงเสพยาเสพติด ซึ่งเป็นผงสีขาว และเม็ดสีแดง โดยการนำใส่กระดาษตะกั่วทำเป็นรูปเรือ แล้วใช้ไฟแช็กลนให้เกิดควัน แล้วบังคับโดยการกดหัวเด็กหญิงให้สูดดมควัน จนเกิดอาการมึนงง แต่ยังรู้สึกตัวได้ดี ก่อนลงมือข่มขืน
ต่อจากนั้นอีกหลายครั้งจำเลยที่ 1 ได้ขู่บังคับเด็กหญิงให้ออกไปนอกบ้าน เพื่อพาไปให้เพื่อนบ้านคนอื่นร่วมข่มขืนบริเวณชายหาด และขนำริมทะเลอีกหลายครั้ง จนกระทั้งถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำให้การของเด็กหญิง และมารดา รวมถึงหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ รับฟังได้อย่างมั่นคง ปราศจากข้อพิรุจน์ สงสัย
รวมถึงประจักษ์พยานก็สอดคล้องกับคำให้การ จึงพิพากษาตัดสินจำคุกจำเลยที่ 1-7 ตลอดชีวิต
นายกีรติ หรือ อาหมาด สุเมน จำเลยที่ 8 จำคุก 45 ปี
ส่วนนายสายัณห์ หรือ ย้อย สุเมน จำเลยที่ 9 และนายนาวิก หรือ หลี จารึก จำเลยที่ 11 ลงโทษจำคุกคนละ 15 ปี
ส่วนนายนายรังสันต์ หรือ ฮาสัน ชายเลี้ยง จำเลยที่ 10 ลงโทษจำคุก 20 ปี 4 เดือน
กับทั้งให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่เด็กหญิง และมารดา รวม 18,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันฟ้อง คือวันที่ 15 มิถุนายน 2560

หลังฟังการอ่านคำพิพากษา ผู้ต้องหาทั้งหมดถึงกับคอตก แสดงอาการวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่นเดียวกับญาติใกล้ชิดที่นั่งฟังคำพิพากษาอยู่ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ก่อนทั้งหมดจะถูกเชิญออกจากห้องพิจารณาคดี โดยศาลแนะนำให้ยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด และเร่งอุทธรณ์คดีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ตามกฎหมาย
นายรอชิตดี ไรมันชา เจ้าหน้าที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ยอมรับกับคำตัดสินของศาลจังหวัดพังงา ในครั้งนี้
และพร้อมที่จะเดินหน้าช่วยเหลือ ต่อสู้ไปกับผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงและมารดา ซึ่งปัจจุบันได้ไปอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว

ด้านนายสรรเพ็ชร์ ทิพย์มนเฑียร ทนายความฝ่ายจำเลย เปิดเผยว่า แม้จะยอมรับในการพิจารณาตัดสินของศาลจังหวัดพังงา แต่ก็จะยื่นอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง
เพราะเชื่อว่ายังมีผู้บริสุทธิที่ถูกศาลตัดสินลงโทษ แต่คงต้องใช้เวลา เพราะในคดีนี้มีหลักฐาน พยาน และรายละเอียดมากกว่า 300 หน้า
อย่างไรก็ตามจำเลยหลายคนยังรอความหวังที่จะได้รับการประกันตัว ขณะที่ญาติผู้ต้องหาได้เตรียมหลักทรัพย์มาพร้อมแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้

