ทหารพรานนาวิกฯ รวบ 34 แรงงานกัมพูชา แอบเข้าไทย หวังหางานทำ แต่ไม่รอด โดนรวบกลางดึก

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

13 กันยายน 2568

ทหารพรานนาวิกฯ รวบ 34 แรงงานกัมพูชา แอบเข้าไทย หวังหางานทำ แต่ไม่รอด โดนรวบกลางดึก

ทหารพรานนาวิกโยธินจันทบุรี โดยฐานปฏิบัติการ 05 คลองตาดำ วางกำลังลาดตระเวน ซุ่มจับกุม แรงงานชาวกัมพูชา ที่พยายามลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ได้คุมตัวได้ 34 ราย คนนำทางรอดไปได้

เมื่อเวลา 00:20 น. ที่ผ่านมา (13 ก.ย. 2568) กองทัพเรือ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2
หมวดทหารพรานนาวิกโยธิน คลองตาดำ (ฐานปฏิบัติการ 05) ได้ทำการลาดตระเวนเฝ้าระวังบริเวณแนวชายแดน ช่วงบริเวณถนนลูกรัง ทางเข้าสวนลำไย หมู่ 8 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน พบชาวกัมพูชาจำนวนมาก กำลังเดินเท้าลักลอบเข้ามายังประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้น ทำให้กลุ่มของชาวกัมพูชา พร้อมผู้นำทางแตกกระเจิง วิ่งหลบหนีไปในความมืด ทำให้สามารถควบคุมตัวได้เพียง 34 ราย แยกเป็นชายชาวกัมพูชา 21 คน หญิง 13 คน จึงควบคุมตัวไว้ เตรียมส่งดำเนินคดี

ปฏิบัติการนี้ สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการพิเศษของชุดควบคุมฐานพลนาวิกโยธินที่ 2 ร่วมกับการข่าวกรองทหาร สืบทราบได้ว่าจะมีการนำพาแรงงานชาวกัมพูชาเพื่อลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เป็นจำนวนมาก คาดว่าไม่ต่ำกว่า 50 คน โดยจะลักลอบนำพาข้ามแดนด้วยวิธีการเดินข้ามคลอง ซึ่งเป็นลำคลองแบ่งแนวเขตแดนระหว่างกัมพูชา และพื้นที่ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน หลังจากทราบข่าวที่แน่ชัดจึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ซุ่มเฝ้าระวัง และบางส่วนให้ลาดตระเวนตลอดแนวที่คาดว่า กลุ่มของชาวกัมพูชาจะใช้เป็นช่องทางในการเดินข้ามแดน

ปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณ 00:20 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้พบกลุ่มคนจำนวนมาก เดินอยู่บริเวณถนนดินลูกรัง ทางเข้าสวนลำไยของชาวบ้าน และยังเชื่อมต่อกับลำคลองส่งน้ำ จึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัว กลุ่มของชาวกัมพูชาเกิดตกใจ และวิ่งหลบหนีไปคนละทิศทาง ในจำนวนที่หลบหนีได้มีผู้นำพาอยู่ด้วย ทำให้สามารถควบคุมได้เพียงบางส่วน รวมจำนวนทั้งหมด 34 คน

เจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการสอบสวนผู้ที่พูดไทยได้ ทราบว่าทั้งหมดที่เดินทางมา จะเสียค่าเดินทาง จากกัมพูชาเพื่อข้ามแดนคนละ 3,000 บาท และต้องจ่ายให้กับผู้นำพา ที่จะพาเดินทางจากชายแดนเข้าไปส่งยังสถานที่ทำงาน อีกคนละ 3,000 บาท รวมแล้วต้องจ่ายค่าเดินทางข้ามแดนทั้งหมด เพื่อกลับเข้ามายังประเทศไทย คนละ 6,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมยังทราบว่า กลุ่มของชาวกัมพูชาเหล่านี้ เพิ่งเดินทางกลับข้ามไปได้ไม่นาน แต่ไม่มีงานทำ ทำให้ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว ส่วนกรณีที่ทางรัฐบาลกัมพูชาประกาศว่า จะมีงานให้ทำนั้น ได้มีการโทรไปสอบถาม แต่บริษัทที่จะรับเข้าทำงานไม่รับโทรศัพท์ เมื่อมีคนติดต่อได้ก็จะแจ้งกลับมาว่า พนักงานเต็มแล้ว โดยจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด จึงเป็นเหตุให้ชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศนั้น ต้องกู้หนี้ยืมสิน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเดินทางลักลอบเข้าประเทศไทย มาหาเงินเลี้ยงชีพต่อ จนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่ทหารยังให้ความรู้กับชาวกัมพูชาเหล่านี้เพิ่มเติมด้วยว่า อย่าทำแบบนี้อีก หากจะเข้ามาก็ขอให้เข้ามาโดยถูกต้อง จะได้ไม่ต้องถูกจับดำเนินคดีและผลักดันกลับไปอีก หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง ให้เข้ามาทำการตรวจสอบลงบันทึกจับกุมเพื่อส่งดำเนินคดี หลังจากนั้นจะทำการผลักดันกลับประเทศกัมพูชาต่อไป