กรมอนามัย เตือน! อากาศไทยร้อนรุนเเรงขึ้น จนคนหมดสติ-เสียชีวิตต่อเนื่อง
พอลลี่ อีจัน
6 เมษายน 2569

วันหยุดนอนตากเเอร์อยู่บ้านดีกว่าค่ะ เพราะไอร้อนมันทำให้เราป่วยได้เลยนะคะ
วันนี้ (6 เม.ย.69) เช็กสภาพอากาศร้อนกันหน่อยนะคะทุกคนวันนี้จาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร เผยว่า ความร้อนตอนนี้พุ่งทะลุ คาดว่าจะร้อนขึ้นเรื่อยๆด้วยค่ะ อย่างช่วงนี้ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย” เหมือนเดิมค่ะ เเละต่อเนื่องมาเกือบเดือนเเล้ว ย้ำว่าร้อนมากๆ เเนะนให้บุคคลทั่วไปัสังเกตอาการตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันทีค่ะ


ซึ่งดัชนีความร้อน (HEAT INDEX) หมายถึง อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ณ ขณะนั้น (Feel like) ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ เหมาะสำหรับบ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่าการใช้ค่าอุณหภูมิสูงสุด

ข้อเเนะนำที่เราควรรู้ก็คือ
27.0 – 32.9 องศา อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อน
กลุ่มเสี่ยง: ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ
33.0 – 41.9 องศา อยู่ในช่วงเตือนภัย ลดกิจกรรมกลางเเจ้ง ช่วง 11.00 -15.00 น.
กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์
42.0 – 51.9 องศา อยู่ในช่วงอันตราย สังเกตอาการตัวเองง
กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์
มากกว่าหรือเท่ากับ 52 องศา อยู่ในช่วงอันตรายมาก งดทำกิจกรรมกลางเเจ้งโดยเด็ดขาด
กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์
ผลกระทบต่อสุขภาพ: คือ ผลกระทบที่เกิดจากการรับสัมผัสอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้นเกินกว่าระดับที่ร่างกายรับได้อาจ
ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ผื่น บวมแดง ตะคริว รวมถึงกลุ่มที่จะเสี่ยงมากที่สุดก็คือ เด็กเล็ก (0-5 ปี) ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยหรือ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเจ้งเป็นเวลานาน ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง และนักท่องเที่ยว
เนื่องจากอากาศร้อนมานานหลายวัน คุณหมอหลายท่านก็ห่วงสุขภาพทุกคนกลัวเรื่องการล้มป่วยจากความร้อนที่ร้อนมากจนเกินไป อย่าง หมอเจด ที่ออกมาเตือนเกี่ยวกับ ฮีทสโตรก โรคฮอตฮิตของหน้านี้เขาเลย ซึ่งคุณหมอได้ออกมาเตือนเเละเเนะนำ ถ้าเรามีอาการเเบบนี้เราควรจัดการยังไง
ต้องบอกเเบบนี้ว่า พอเข้าสู่เดือนเมษายนแล้ว อากาศในหลายพื้นที่ของไทยเริ่มร้อนจัดขึ้นอย่างชัดเจน บางวันอุณหภูมิแตะ 40–42 องศาเซลเซียส และที่สำคัญคือ “ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index)” หรืออุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึก อาจพุ่งสูงเกิน 50–60 องศา ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับอันตราย ใครที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เดินทาง หรือเลี่ยงแดดไม่ได้ มีโอกาสเสี่ยง “ฮีทสโตรก” หรือโรคลมแดดได้โดยไม่รู้ตัว หลายคนคิดว่าแค่ร้อน เดี๋ยวก็หาย แต่จริง ๆ แล้วถ้าร่างกายควบคุมอุณหภูมิไม่อยู่ อาจถึงขั้นวูบ หมดสติ หรืออันตรายถึงชีวิตได้เลย
ลองมาเช็กตัวเองกันว่าเรากำลังเสี่ยงอยู่หรือเปล่า และถ้าต้องออกแดดจริง ๆ ควรรับมือยังไงให้ปลอดภัยมากที่สุด
1.กลุ่มเสี่ยง ฮีทสโตรก (รู้ไว้จะได้ระวังตัวทัน)
ไม่ใช่แค่คนทำงานกลางแดดเท่านั้นนะที่เสี่ยง แต่ยังรวมถึงคนที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน เช่น ก่อสร้าง เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก (ควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดี) คนที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ความดัน เบาหวาน คนอ้วน หรือมีไขมันหน้าท้องเยอะ (ระบายความร้อนได้ยาก) คนที่พักผ่อนไม่พอ หรือดื่มน้ำน้อย คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือออกกำลังกายกลางแดดหนัก ๆ ซึ่งกลุ่มนี้ถ้าเจออากาศร้อนจัด จะเสี่ยงฮีทสโตรกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
2.อาการ/สัญญาณเตือน ฮีทสโตรก (เช็กให้ทันก่อนวูบ) จะมีอาการตั้งเเต่ ตัวร้อนจัด ผิวแดง แต่เหงื่อออกน้อยหรือไม่ออก เวียนหัว มึนงง หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม ใจเต้นเร็ว หายใจถี่ เหนื่อยง่าย คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนแรงผิดปกติ ปวดหัว ตื้อ ๆ หรือรู้สึกหัวหนัก สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือเริ่มมึนงงผิดปกติ ถ้ามีหลายข้อพร้อมกัน โดยเฉพาะตอนอยู่กลางแดด ให้ระวังว่าอาจกำลังเข้าสู่ภาวะฮีทสโตรกแล้ว
3.ต้องออกแดด เลี่ยงไม่ได้ รับมือแบบนี้ช่วยได้
1. ดื่มน้ำสม่ำเสมอ จิบบ่อย ๆ อย่ารอให้กระหาย ควรเป็น “น้ำเปล่า” หรือน้ำผสมเกลือแร่ เพราะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงหรือคาเฟอีนจะยิ่งทำให้ร่างกายเสียน้ำ (Dehydration) มากขึ้น
2. ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี ไม่รัดแน่น
3. ใส่หมวก กางร่ม หรือหาที่บังแดดให้ตัวเอง
4. พักในที่ร่มเป็นระยะ อย่าอยู่กลางแดดนานต่อเนื่อง
5. เลี่ยงแดดจัดช่วง 11.00–15.00 น. ถ้าเป็นไปได้
6. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ร่างกายขาดน้ำเร็ว
แค่ปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ
4.ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ถ้าเจอคนเป็นฮีทสโตรก
เริ่มจากรีบพาออกจากแดด ไปอยู่ในที่ร่มหรือที่เย็นทันที แล้วคลายเสื้อผ้าให้อากาศถ่ายเทสะดวกใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว หรือประคบตามตัวเช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ ใช้พัดลม หรือหาตัวช่วยระบายความร้อนให้เร็วที่สุด ถ้ายังรู้สึกตัว แนะนำให้จิบน้ำทีละน้อย แต่ถ้าหากหมดสติ ชัก หรืออาการไม่ดีขึ้น รีบโทร 1669 เรียกรถพยาบาลทันที เพราะฮีทสโตรกเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด
โดยการคาดการณ์หน้าร้อนของประเทศไทย กรมอนามัย เผย “อากาศร้อน ไม่ใช่แค่ความร้อน” แนะใช้ Heat Index เฝ้าระวังความร้อน ลดอันตรายจากฮีทสโตรก เตือนอากาศร้อนในไทยทวีความรุนแรง หลังพบเหตุวูบหมดสติ-เสียชีวิตจากการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่อเนื่องหลายพื้นที่ ย้ำทุกภาคส่วนปรับจาก “เฝ้าระวัง” สู่ “ปฏิบัติการเชิงระบบ” ใช้ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นตัวกำหนดมาตรการ ป้องกันการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการเสียชีวิตจากความร้อน
เเละด้วยสถานการณ์อากาศร้อนของประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิสูงร่วมกับความชื้น ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพในหลายกลุ่ม ทั้งแรงงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน และนักท่องเที่ยว โดยภาวะเครียดจากความร้อน (Heat Stress) มักเริ่มจากอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เหงื่อออกมาก และอาจพัฒนาไปสู่ “โรคลมร้อน (Heat Stroke)” ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ความร้อนยังส่งผลต่อสมาธิ เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง ทั้งนี้ กรมอนามัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนด “ดัชนีความร้อน (Heat Index)” เป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวังและตัดสินใจเชิงปฏิบัติ โดยแบ่งระดับความเสี่ยงเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สีเขียว ทำกิจกรรมได้ปกติ แต่ควรดื่มน้ำสม่ำเสมอ สีเหลือง เริ่มเสี่ยง ควรลดกิจกรรมกลางแดด สีส้ม เสี่ยงสูง ควรหลีกเลี่ยงแดดและปรับเวลา และสีแดง อันตรายมาก ควรหยุดกิจกรรมกลางแจ้งทันที ทั้งนี้ การติดตามค่าดัชนีความร้อนควบคู่กับพยากรณ์อากาศ จะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม ก่อนเกิดอันตรายต่อสุขภาพ
ซึ่งดัชนีความร้อนเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสภาพอากาศร้อน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การดูแลกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านบริการทางการแพทย์ พร้อมเน้นย้ำให้ดำเนินมาตรการควบคู่ทั้ง “คน” และ “สิ่งแวดล้อม” เช่น การจัดพื้นที่คลายร้อน พื้นที่ สีเขียว ในบ้าน ชุมชน สถานประกอบการ หรือสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อน ทั้งนี้ กรมอนามัยย้ำว่า “ความร้อนเป็นภัยเงียบที่ป้องกันได้” หากใช้ข้อมูลดัชนีความร้อนเป็นฐานในการตัดสินใจและกำหนดมาตรการอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการเสียชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
กิจกรรมทางกายที่มีความหนักหรือทำกลางแดดจัด เช่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง งานใช้แรง หรือกีฬาบางประเภท อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อน โดยเฉพาะช่วงอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง จึงแนะนำให้ปรับรูปแบบกิจกรรม เช่น ลดความหนัก หลีกเลี่ยงช่วงแดดจัด เลือกทำช่วงเช้าหรือเย็น และเฝ้าระวังอาการผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สถานประกอบการควรมีมาตรการลดความเสี่ยง เช่น ลดเวลาทำงานกลางแดด จัดช่วงพักให้เหมาะสม จัดน้ำดื่มและพื้นที่ร่มเงา รวมถึงพิจารณาหยุดกิจกรรมในช่วงที่มีความเสี่ยงสูง
ดูเเลสุขภาพกันต่อเนื่องนะคะ อากาศร้อนมันคร่าชีวิตคนได้เพราะร่างกายเรารับความร้อนจัดไม่ไหว ก็ทำให้เราเเย่ลงได้ค่ะ
ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/18ogiuwouo/ , https://www.facebook.com/share/p/1DWaoZmjgm/