เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ในวาระ 100 ปี ”พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน“

ยาหยี อีจัน

ยาหยี อีจัน

17 พฤษภาคม 2567

เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ในวาระ 100 ปี ”พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน“

สาธุ! บุญพาวาสนาส่ง ได้ร่วมงานเทศน์มหาชาติ วาระ 100 ปี “พระราชริเวศน์ มฤคทายวัน”

วันที่ 16-17 พ.ค. 2567 ที่ พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จัดงานเทศน์มหาชาติ
เนื่องในวาระ 100 ปี พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) และเนื่องในวาระพระบรมราชสมภพครบ 12 รอบ มะโรงนักษัตร ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ มะโรงนักษัตรของิพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ซึ่งวาระครบ 100 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศเขตพระราชฐาน พระราช นิเวศน์มฤคทายวัน พร้อมทรงกําหนดเป็นเขตพระราชฐาน กําหนดเป็นเขตอภัยทานแก่สัตว์ทั้งหลาย เมื่อวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ํา เดือน 6 ตรงกับวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2467

มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จะกลับมาเปิดพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้เข้าชมเป็นปกติ (ทุกวันพฤหัสบดี สำหรับนักรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ประสงค์เข้าชมเป็นหมู่คณะ โดยทําการนัดหมายล่วงหน้า และวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สําหรับผู้สนใจเข้าชมทั่วไป) ในรูปแบบของ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวพระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย จํานวน 23 โฉนด แก่กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 เพื่อใช้ในราชการของตํารวจตระเวนชายแดน และ พิพิธภัณฑ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องในวาระอันเป็นมงคลยิ่งนี้ และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเฉลิมพระเกียรติสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอํา จ.เพชรบุรี จึงจัดเทศน์มหาชาติ พร้อมสวดฎีกาพระ มาลัย และคาถาพัน ในวันพฤหัสบดีที่ 16 และวันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2567 นั่นเอง และเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และร่วมทําบุญตามจิตศรัทธา จนถึงวันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. 2567 โดยงดเว้นค่าเข้าชมค่ะ

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2567 วันแรกของงานเทศน์มหาชาติ อีจันได้เข้าร่วมงานฟังเทศน์พระมาลัยและคาถาพัน ซึ่งบรรยากาศในงานร่มรื่นมากๆ และทีมงานก็จัดสถานที่ได้สวยงาม ถือว่าเป็นงานใหญ่ที่ทุกคนตั้งใจทำ เพราะพี่ทีมงานบอกกับเราเองเลยว่า 100 ปี เพิ่งจะได้เคยจัดแบบนี้ครั้งแรก

โดยงานเริ่มตั้งแต่ 14.30 – 19.00 น.
14.30 น. ช่วงพิธีเทศน์พระมาลัย โดย พระครูพิศาลวัชรกิจ (เจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี, เจ้าอาวาสวัดนาพรม) และ พระสมุห์บัว ทีปธมฺโม (ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระรูป จ.เพชรบุรี) เป็นการเล่าในบทที่พระมาลัยเถร อัครสาวกของพระพุทธเจ้า ที่ชอบไปโปรดสัตว์ในนรกเพื่อแสดงธรรมให้กับสัตว์นรกที่โดนกรรมของตัวเอง ได้ขึ้นไปยังสรวงสวรรค์และได้พบกับพระศรีอริยเมตไตรย และได้สนทนาธรรมกัน ถึงการมาเกิดในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย ที่จะมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าในกาลใหม่ จะต้องทำอย่างไรบ้าง พระศรีอริยเมตไตรย จึงบอกว่า ให้หมั่นฟังเทศน์ให้ครบทั้ง 13 กัณฑ์ และทำความดี บำเพ็ญเพียร ไม่เข่นฆ่าบิดามารดา ไม่ว่าร้ายพระสงฆ์ ไม่ทำร้ายให้พระสงฆ์ถึงห้อเลือด

17.00 น. พิธีสวดคาถาพัน โดย ท่านพระครูโสภิตกิตติคุณ (รองเจ้าคณะอำเภอเขาย้อย, เจ้าอาวาสวัดหนองปลาไหล) คาถาพัน เป็นคำเรียกชาดกเรื่อง เวสสันดรชาดก ซึ่งแต่งเป็นคาถาภาษาบาลี จำนวนประมาณ 1,000 บท จึงเรียกว่าคาถาพัน และเมื่อเทศน์คาถาเวสสันดรชาดกทั้ง 1,000 บทนั้น ติดต่อกันรวดเดียวจบ เรียกว่าเทศน์คาถาพัน

ส่วนในวันที่ 17 พ.ค. 67 เป็นพิธีเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 – 19.00 น.
กัณฑ์ที่ 1 ทศพร โดยพระครูโกศลวัชรธรรม (เจ้าคณะตำบลหัวสะพาน, เจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ)

กัณฑ์ที่ 2 หิมพานต์ โดย พระวิสุทธิวรกิจ (ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี, เจ้าอาวาสวัดคงคารามวรวิหาร)

กัณฑ์ที่ 3 ทานกัณฑ์ โดย ท่านปลัดเสน่ห์ อนุทสฺสี (เจ้าอาวาสวัดเขาปากช่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี)

กัณฑ์ที่ 4 วนประเวศน์ โดย พระครูวิธานวัชรพงศ์ (เจ้าอาวาสวัดหุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี)

กัณฑ์ที่ 5 ชูชก โดย พระครูสุนทรสารวาที (เจ้าคณะตำบลอ่างหิน-ทุ่งหลวง, เจ้าอาวาสวัดเขากูบอินทาราม)

กัณฑ์ที่ 6 จุลพน โดย พระครูโอภาสวัชรธรรม (เจ้าคณะตำบลชะอำ, เจ้าอาวาสวัดราษฎร์เจริญธรรม(บ่อแขม)

กัณฑ์ที่ 7 มหาพน โดย พระมหาสมเกียรติ กิตฺติธีโร (ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดมหาธาตุ วรวิหาร)

กัณฑ์ที่ 8 กุมาร โดย พระครูอุปถัมภ์วัชรกิจ (เจ้าคณะตำบลแก่งกระจานกิตติมศักดิ์, เจ้าอาวาสวัดแก่งกระจาน)

กัณฑ์ที่ 9 มัทรี โดย พระครูวัชรธรรมาภรณ์ (เจ้าอาวาสวัดระหารน้อย)

กัณฑ์ที่ 10 สักกบรรพ โดย พระมหาวรพจน์ คมฺภีรปญฺโญ (เจ้าอาวาสวัดโคก)

กัณฑ์ที่ 11 มหาราช โดย พระเกษม เขมสิริ (เลขานุการเจ้าคณะตำบลโพธิ์พระ, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์พระใน)

กัณฑ์ที่ 12 ฉกกษัตริย์ โดย พระสมุห์อนุวัฒน์ อภิวฑฺฒโน (เลขาพระอุปัชฌาย์ วัดหนองไม้เหลือง)

กัณฑ์ที่ 13 นครกัณฑ์ โดย พระครูวาทีวรวัฒน์ (รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี, เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร)

นับว่าเป็นอานิสงส์ของพุทธศาสนิกชน ที่สักครั้งในชีวิต จะได้ฟังกัณฑ์เทศน์ครบทั้ง 13 กัณฑ์ ซึ่งมีความเชื่อว่าจะส่งผลให้ชีวิต อยู่ร่มเป็นสุข ได้มาเกิดในกาลของพระพุทธเจ้า พระศรีอริยเมตไตรย สาธุบุญค่ะ