หมอเจด ชี้ น้ำท่วมหาดใหญ่ เหมือน “คอขวด” น้ำไหลชน 3 ทาง จนเอ่อล้นตลิ่ง

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

26 พฤศจิกายน 2568

หมอเจด ชี้ น้ำท่วมหาดใหญ่ เหมือน “คอขวด” น้ำไหลชน 3 ทาง จนเอ่อล้นตลิ่ง

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งรุนแรงช่วงท้ายปี 2568 ของประเทศไทยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซึ่งล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดเผยว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุครั้งนี้กว่า 2 ล้านคน และ 7.98 แสนครัวเรือน นั้น

วันนี้ (26 พ.ย. 68) นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊กหมอเจด เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก พื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เผย เมืองเปรียบเหมือน คอขวด ที่รับ 3 ศึกหนักจากทุกทิศทาง ศึกต้นน้ำ ศึกกลางน้ำ ศึกปลายน้ำ ซ้ำ น้ำทะเลหนุนสูงดันปากแม่น้ำไว้ จนทำให้น้ำระบายออกช้ามาก และในที่สุดเกิดภาวะ “น้ำเอ่อล้นตลิ่ง” ย้อนกลับเข้าเมือง

โพสต์ระบุว่า

จากข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 7:00 น.

ทุกเหตุการณ์ “มีความเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่” โดยหาดใหญ่เปรียบเสมือน “คอขวด” ที่ต้องรับศึกหนักจากทุกทิศทาง

1. ศึกทางไกล (ต้นน้ำ): มาเลเซีย และ สะเดา คือ “ก้อนน้ำยักษ์”

ความเชื่อมโยง : น้ำไม่ได้มีพาสปอร์ตครับ มันข้ามประเทศได้เลย ฝนที่ตกหนักในรัฐทางตอนเหนือของมาเลเซีย (ติดชายแดนไทย) จะไหลลงสู่ที่ต่ำตามธรรมชาติ เข้าสู่ อ.สะเดา

ผลกระทบ : อ.สะเดา เป็นด่านหน้า (ต้นน้ำ) ของ คลองอู่ตะเภา ซึ่งคลองนี้คือเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลผ่ากลางเมืองหาดใหญ่ เมื่อสะเดาท่วมหนัก มวลน้ำก้อนมหึมานี้จะเดินทางตามแรงโน้มถ่วงมุ่งหน้าลงมาที่หาดใหญ่ (ซึ่งเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ) เพื่อจะออกสู่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

2. ศึกในบ้าน (กลางน้ำ): ฝนตก 60% และ แก้มลิงล้น คือ “น้ำเติม”

ความเชื่อมโยง : ในขณะที่รอน้ำเหนือจากสะเดา ฝนที่ตกในพื้นที่หาดใหญ่เอง ก็เติมน้ำลงในระบบระบายน้ำตลอดเวลา

ผลกระทบ : อ่างเก็บน้ำแก้มลิง (เช่น แก้มลิง ม.อ. หรือ แก้มลิงคลองเรียน) มีหน้าที่ชะลอน้ำ แต่เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกินความจุ น้ำจึง “ล้นสปิลเวย์” (Spillway) ออกมาสมทบกับน้ำในคลองระบายน้ำหลัก ทำให้ระดับน้ำในเมืองพุ่งสูงขึ้นรวดเร็ว เพราะไม่มีพื้นที่ว่างให้พักน้ำแล้ว ล่าสุดสะพานข้าม ร.1 หรือ สะพานหาดใหญ่ในมีโอกาสท่วมมิด โดยดูจากรถที่จอดบนสะพานสูงสุด

3. ศึกปลายทาง (ปลายน้ำ): น้ำทะเลหนุน คือ “ฝาปิด”

ปลายทางของน้ำทั้งหมดต้องระบายลงสู่ “ทะเลสาบสงขลา” และออกสู่อ่าวไทย แต่ธรรมชาติช่วงนี้เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง

ผลกระทบ น้ำทะเลที่หนุนสูงเปรียบเสมือน “กำแพงน้ำ” ที่ดันปากแม่น้ำไว้ ทำให้น้ำจากหาดใหญ่ระบายออกได้ช้ามาก (เหมือนเราพยายามเทน้ำออกจากขวด แต่มีคนเอามืออุดปากขวดไว้) ทำให้เกิดภาวะ “น้ำเอ่อล้นตลิ่ง” ย้อนกลับเข้ามาในเมือง

สรุปภาพรวม 26 พฤศจิกายน68 7:00 น. สถานการณ์ตอนนี้คือ “บนเติม-ล่างดัน” ครับ

1. น้ำเหนือ (สะเดา/มาเลย์) ไหลลงมาเติมเรื่อย ๆ

2. น้ำฝน (ในพื้นที่) เติมซ้ำลงไปอีกจนแก้มลิงรับไม่ไหว

3. น้ำทะเล (ปากอ่าว) ดันไว้ไม่ให้ออก

ความคาดหวังตอนนี้ คงต้องมาจากทั้งรัฐบาลที่เป็นหลัก และทีมเอกชนรวมไปถึงพี่น้องประชาชน จิตอาสาทุกคนที่ออกมาช่วยกันครับ

“อีจัน” ขอให้คนใต้ทุกคนปลอดภัย และเราจะต้องผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันครับ

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก หมอเจด