ดร.ธรณ์ ชี้ แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ต้องเฉียบขาด-ต่อเนื่อง ไม่ใช่ข้อมูลวิชาการ!

Phetchan

Phetchan

25 มกราคม 2568

ดร.ธรณ์ ชี้ แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ต้องเฉียบขาด-ต่อเนื่อง ไม่ใช่ข้อมูลวิชาการ!

ฤดูหนาวปีนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 หนักหน่วงและแดงเถือกครอบคลุมทั่วประเทศเป็นเวลานับสัปดาห์

ในขณะที่ภาพเด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษก็มีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเลือดกำเดาไหล ผื่นคัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : น่าห่วง! ฝุ่นพิษ PM 2.5 พุ่ง หลายคนเลือดกำเดาไหล-ผื่นแพ้เพียบ

วันนี้ (25 ม.ค.68) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วน Thon Thamrongnawasawat ถึงเรื่อง ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไว้ดังนี้

…ผมทำเรื่องฝุ่นตั้งแต่สมัยเป็นสปช. ต่อเนื่องถึงปฏิรูปประเทศ/ยุทธศาสตร์ชาติ ยุคนั้นประชุมกันเป็นวันๆ เลยอยากนำมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟัง

ตัวแปรสำคัญคือสภาพอากาศที่แปรปรวนไปมา หากเข้าจังหวะเมื่อไหร่ กลายเป็นโดมกักฝุ่นไว้ข้างใน

ฝุ่นที่เกิดมี 2 ต้นตอ อย่างแรกคือในเมือง ฝุ่น PM2.5 มาจากรถเป็นหลัก ปรกติเกิดแล้วลอยออกไป แต่เมื่อโดนโดมกักก็ขังอยู่ข้างใน

อย่างสองคือฝุุ่นข้างนอกเติมเข้ามาในโดม ที่เห็นๆ คือฝุ่นจากการเผา ลอยเข้ามาแล้วก็โดนกักไว้

มาถึงทางออก เราแก้สภาพอากาศไม่ได้ ความแปรปรวนของโลกยุคนี้ยิ่งทำให้ลำบาก

เราอาจบอกได้ว่าหน้าหนาว อากาศแบ่งชั้นง่าย เกิดโดมง่าย ต้องระวัง

เราพยากรณ์ได้ล่วงหน้า 3-4 วัน แต่นานกว่านั้นไม่ได้

เราเสกฝนจากฟ้าไม่ได้หากสภาพไม่อำนวย

ในฤดูฝุ่น เราจึงต้องเฝ้าระวัง

ต้องเตือนล่วงหน้า ต้องมีแผนรับมือ

แต่เราจัดการมาของฝุ่นได้ เริ่มจากฝุ่นในเมือง เน้นที่ PM2.5

รถควันดำคือเรื่องสำคัญสุด นอกจากปล่อยฝุ่นเยอะ ยังสร้างความหงุดหงิดและหมดกำลังใจสำหรับคนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ปัญหาคือเราจัดการรถควันดำกันมาเนิ่นนาน แต่มันก็ยังไม่หมดสักที เผลอๆ จะมีมากขึ้นด้วยซ้ำ

ผมพอทราบว่ามันติดขัดในเรื่องการปรับ การลงโทษ ตลอดจนเกณฑ์มาตรฐานตรวจสอบต่างๆ เช่น รถเมล์วัดจากอู่ไม่มีคน พอรับคนเต็มคัน ควันมันก็ดำ

ในบริเวณที่ตึกรามเยอะ อากาศถูกกักหนัก รถควันดำเข้ามา มันยิ่งโหดร้าย (รู้ดีเพราะอยู่ริมถนนเอกมัย)

เซฟโซน กรีนโซน ฯลฯ ที่กำหนดพื้นที่พิเศษก็เพื่อเหตุนี้

มาถึงฝุ่นนอกกรุงลอยเข้ามา หลักๆ คือการเผา การจัดการก็ต้องหาทางกันไป

เพราะหากไม่มีฝุ่นนอกเติมเข้ามาในโดม ฝุ่นจากรถข้างใน ไงๆ ก็ไม่เยอะจนค่าอากาศแดงเทือกจนถึงม่วง

แต่ปัญหาสำคัญคือเรารู้มานมนาน ประชุมเรื่องฝุ่นกันมาร่วมสิบปี มีนโยบายโน่นนี่เยอะแยะ

แต่ทำไมเราแก้ไม่ได้ ?

ผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการชาติตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสี่สิบ ถึงตอนนี้อยู่มาแล้ว 8 ชาติ ผมพอเข้าใจกลไกและความติดขัด

อีกทั้งเรื่องชำนาญของผมคือทะเล/โลกร้อน ผมจึงขอไปทำสิ่งที่ชอบ

แต่ผมก็อยู่กรุงเทพ ฝุ่นคือสิ่งแวดล้อมที่กระทบหนัก

ผมก็ได้แต่เอาใจช่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อาสาสมัครทุกคนที่เข้ามาพยายามช่วย

มาถึงวันนี้ หากเราตั้งใจทำจริง ทำต่อเนื่อง ทำตลอด ทำก่อนฝุ่นมา รวมทั้งกฎหมายอากาศสะอาดที่เฝ้ารอมาหลายปี น่าจะออกมาในปีนี้ เราอาจมีความหวัง

ต่อให้มันนานหน่อยจนผมแก่ตาย (หรือป่วยตาย) ก็ยังมีความหวังให้ลูกหลาน

สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ข้อมูลวิชาการหรือแนวทางแก้ปัญหา เพราะเราพอรู้กันอยู่แล้ว

ผู้เกี่ยวข้องก็ประชุมกันตั้งแต่ภรรยายังไม่ท้องจนลูกจะจบประถมแล้ว

สิ่งที่ต้องการคือความเฉียบขาดและความต่อเนื่อง

อากาศสะอาดคือเป้าหมายสำคัญสุด ตั้งให้เป็นเป้าหมายเดียว อย่างอื่นก็เยียวยากันไป ลงโทษกันไป

แต่ยังไงเสีย อากาศต้องสะอาด

ให้กำลังใจทุกท่านที่ “พยายามทำงานเต็มที่อย่างกล้าหาญ”

ระหว่างรอคอย ผมก็คงต้องใช้แผนเดิมที่ทำมาตลอด = ตัวใครตัวมัน

สู้เพื่อเอาตัวเองและครอบครัวรอด หนีอย่างกระเสือกกระสน พลางภาวนา

สักวัน “ผู้กล้า” จะมาช่วยเรา

เรื่องนี้ไม่มีภาพประกอบ เพราะแค่มองฟ้าก็คงเห็น

ผู้กล้าโว้ย เมื่อไหร่จะมา…