อึ้ง! วงแชร์แครอท ผู้เสียหายโผล่ทั่วประเทศ รวมกว่า 5,000 ล้านบาท

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

22 ตุลาคม 2567

อึ้ง! วงแชร์แครอท ผู้เสียหายโผล่ทั่วประเทศ รวมกว่า 5,000 ล้านบาท

คืบหน้าแชร์แครอท ล่าสุดพบว่ามีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย รวมมูลค่าความเสียหายที่ตรวจสอบได้กว่า 5,000 ล้านบาทแล้วค่ะ 

หลังจากเพจดังออกมาโพสต์แฉวงแชร์วงหนึ่งที่มีผู้เสียหายถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเทรด โดยมีกลุ่มผู้เสียกายเป็นพระสงฆ์จำนวนมาก พบว่าภายในภาพยังมีป้ายที่ระบุสถานที่ว่ามีการจัดโครงการปฏิบัติธรรมภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น 


วานนี้ (21 ต.ค.67) นายสุพจน์ ตัวแทนผู้เสียหาย ได้นำหลักฐานเป็นคลิปขณะที่เจ้าของโบรคเกอร์ WCF ทำการบรรยายชักชวนลงทุนเทรด บอกว่ามีผลตอบแทนมหาศาล ถ้าลงทุนไม่ถอนทิ้งไว้ 10 ปี ก็จะมีเงินสูงถึง 300 ล้านบาท  

ซึ่งมีเข้าร่วมประชุมทำการอัดคลิปวีดีโอเอาไว้ และมอบให้กับตัวแทนผู้เสียหายนำไปเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิดเนื่องจากไม่สามารถถอนเงินคืนได้ตั้งแต่ปี 2565 พร้อมกันนี้ผู้เสียหายยังได้ส่งภาพขณะที่ ดร.ภานุวัชร เปิดอบรม และเปิดโครงการต่างๆที่มีพระสงฆ์เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ปรากฎคลิปหลักฐานที่เป็นคำพูดชักชวนพระสงฆ์ลงทุนเทรดในแพลตฟอร์มโบรคเกอร์ดังกล่าว 

นายสุพจน์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีแชร์แครอทล้มนั้น ผู้เสียหายไม่ใช่เฉพาะพระสงฆ์ แต่มีผู้เสียหายจากหลายๆ จังหวัดที่มาปรึกษาทางกฎหมายกับตนเอง เป็นเรื่องของการเทรดค่าเงิน ซึ่งข้อมูลของเรามีความพร้อมตั้งนานแล้ว และได้ส่งข้อมูลแจ้งความกับทางทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ไปทั้งหมดแล้ว กระทั่งมีการตรวจสอบพบว่าเป็นการหลอกลวงเทรดฟอเรกซ์เหมือนการหรอกฟอเรกซ์อื่นๆ ที่มีการตรวจจสอบพบดำเนินการเอาผิดมาก่อนหน้านี้  

โดยผู้เสียหายหลายคนมาร้องเรียนให้ช่วยเรื่องทางกฎหมายกับเราเพราะเรามีสำนักงานด้านฝ่ายกฎหมายคอยช่วยเหลือประชาชนด้วย จากการหาข้อมูลหลักๆ ทราบว่า ขอนแก่นนั้นเป็นแหล่งที่มาของ WCF มีสำนักงานตั้งอยู่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ปัจจุบันทราบว่าขายให้กับเจ้าของคนใหม่ไปแล้ว โดยสร้างแพลตฟอร์มปลอม ว่ามีการเทรด Forex จริงในตลาดเทรด 

ในการเข้าลงทุน จะมีการสร้างเครือข่ายการระดมทุนให้คนเข้า Copy Trade , Trade เองในตลาด แต่เป็นแพลตฟอร์ม Forex ปลอมไม่มีการเทรดจริง ใช้การระดมคนเข้าเทรดโดยมีโบรคเกอร์ ชื่อ WCF หรือชื่อเต็มคือ Worldclass Financial Intelligence เป็นโบรคที่แจ้งว่า สามารถรับการเทรดเงินสกุล ดอลล่าได้ แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ได้รับการรับรองให้เทรดได้ โดยแต่ละโบรกเกอร์จะเชื่อมกับต่างประเทศ และกฎหมายของประเทศไทยมีการแจ้งเตือนมาแล้วจะไม่มีที่ไหนเทรดได้นอกจากกลุ่มธนาคาร กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ หรือกลุ่มไฟแนนซ์ต่างๆ นอกนั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งแกนนำและวิทยายกรบางคนที่รู้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลได้ถอนตัวออกมาและมาให้ข้อมูลกับเราพร้อมหลักฐานที่เป็นความจริง  

และในช่วงแรกที่มีผู้เสียหายมาปรึกษาตนเอง 3 คน มีการเข้าแจ้งความจนทางเจ้าของ WCF โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนเอง ขอรายชื่อคนที่ไปแจ้งความเพื่อจะขอจ่ายเงินคืน และก็ได้เงินคืนทันทีทั้งหมด ทั้งพยาบาล ทั้งอาจารย์ รายละ 300,000-900,000 บาท แต่เป็นการจ่าเงินคืนแบบโอนให้ผ่านบุคคล ไม่ใช่มาจากระบบการเทรด ซึ่งความเป็นจริงระบบนี้จะต้องมีการจ่ายมาจากต่างประเทศ 

หลังจากนั้นผู้เสียหายกว่า 100 ราย เมื่อทราบว่าได้เงินคืนก็พากันเข้ามาพบตนเองให้ช่วยประสานงานทางกฎหมายให้ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ทำได้เพียงประสานงานต่อไปให้ทาง DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กระทั่งมีข่าวแชร์แครอทที่ปรากฎในสื่อต่างๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่การเล่นแชร์แต่เป็นการเทรดลงทุนที่หลอกลวงขึ้น 

นายสุพจน์ เล่าต่อว่า เจ้าของโบรกเกอร์นั้น เคยบวชเรียนมาก่อน จะมีการอบรมในหลายๆ จังหวัดในภาคอีสาน และมีการจัดกิจกรรมโครงการคล้ายกับอคาเดมี่พระสงฆ์มาอบรมหลายรูป และจะเชิญชวนให้อยากลงทุนเทรดให้ได้รับผลกำไร และทีมงานส่วนใหญ่จะเป็น ดร.และเรียนมาทางสายโรงเรียนวัด หรือทางมหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นส่วนใหญ่ 

การที่ให้พระมาอบรมหรือมีโครงการปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่ข้อมูลที่ตนเองมีคือแผนการในการรวมพระสงฆ์มารับข้อมูลจูงใจให้ร่วมลงทุนเทรด เพราะทุกๆ การจัดโครงการหรือการอบรมมักจะได้เงินจากพระมาลงทุนตลอด และไม่ใช่เฉพาะพระ มีบุคคลอื่นๆ ในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นข้าราชการครูเกษียณระดับผู้อำนวยการ บางรายมีนามสกุลดังระดับประเทศ แต่บางราไม่กล้าเปิดเผยไม่กล้าเอาเรื่องต่อเพราะกลัวครอบครัวรู้ว่าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุนต่อ หมดไปเกือบล้านก็มี และจากข้อมูลการตรวจสอบของทาง DSI พบว่ามีผู้เสียหายที่มียูเซอร์ในระบบรวมๆ แล้วกว่า 2 พันราย และแต่ละรายจะมีการลงทุนคนละ 1 พรอต โดย 1 พรอตเท่ากับ 10,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยจำนวน 316,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมกับผู้เสียหายที่ยังตรวจสอบไม่ได้

 

กระทั่งเรื่องดังกล่าวนี้ทาง DSI คนที่ทำคดีระดับ ผอ.จู่ๆ ถูกย้ายไปและเรื่องก็เงียบไปพร้อมกัน กระทั่งมีผู้เสียหายออกมาร้องกับทางเพจอีซ้อ และอี้ แทนคุณ ให้ผลักดันเรื่องนี้ให้มีการตรวจสอบขึ้นมาใหม่อีกครั้งหลังเงียบไปเกือบ 1 ปี และที่ผ่านมาตนเองก็ยังเคยถูกเจ้าของโบรกเกอร์คนดังกล่าวฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเราได้มีการโพสต์เตือนภัยไปในโซเชียลมีเดียต่างๆ แต่สุดท้าย เข้าก็ได้ขอถอนฟ้องไป โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากเป็นคดีด้วย และขอยุติเรื่องนี้ ซึ่งเรายืนยันว่าเราไม่ได้กล่าวหาใคร รวมทั้งมีแถลงการณ์ของWCFออกมาถึงผู้เสียหายว่าอย่าดำเนินคดีกับทางWCFเพื่อจะได้มีเงินมาคืน 

พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับผู้เสียหายอีก 2 คน ซึ่งมีทั้งจากทางภาคเหนือ และภาคอีสาน ซึ่งทั้งสองให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวตรงกันว่า เริ่มเข้าไปลงทุนจากการชักชวนของคนใกล้ตัวที่ทราบว่ามีการลงทุนรับผลตอบแทนแบบการเทรดเงิน โดยการทำงานของ WCF นั้น จะมีการตั้งแผนธุรกิจให้กับแม่ทีมต่างๆ แบบลักษณะแชร์ลูกโซ่ว่า ถ้าหาลูกค้าเข้ามาเทรดหรือนำเงินเข้ามาในระบบได้ จะได้รับเงินค่าชักชวน ให้มีการชวนต่อและมีการนำรถเบนซ์ รถหรูราคาแพงต่างๆ มาเป็นสิ่งจูงใจให้แม่ทีมหาลูกค้านำเงินมาลงทุนมากๆ โดย 1 พรอตเท่ากับ 10,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยจำนวน 316,000 บาท โดยลูกทีม คือ ผู้เสียหาย ที่ถูกหลอกให้เข้ามาลงทุน คิดว่าจะได้กำไรจากการเทรดเอง , Copy Trade สุดท้ายโบรคปลอม ไม่ได้มีการเทรดจริง แต่นำเงินไปใช้ในเรื่องอื่น จึงนำเงินจากคนใหม่มาจ่ายให้คนเก่า สุดท้ายไปไม่ได้เพราะหาเงินจากคนใหม่มาจ่ายคนเก่าไม่ได้ และแม่ทีม ยังทำหน้าที่มีระดมคนให้ไปดำเนินการแปะเทรดระดมทุน คือ ลงเงินขั้นต่ำ 300,000 จะได้รับดอกเบี้ย 6% ทุกเดือน เป็นเวลา 1 ปี จะได้รับเงินต้นคืน แต่สุดท้ายก็ไม่จ่ายเงินให้สักบาท มีคำชักชวนสวยหรูบอกหากลงทุนเทรดไม่ถอน 10 ปีก็จะมีเงิน 300 ล้านบาท ทั้งยังมีข้อมูลที่สร้างความน่าเชื่อถือจนสามารถหลอกได้สำเร็จทำให้มีคนหลงเชื่อเปิดพรอตเพิ่มอีกมากมายหลายคน  

เวลาที่ผู้เสียหายขอถอนเงินแต่ถอนไม่ได้ก็มีการสอบถามแอดมินไป แต่ได้รับตอบว่าหุ้นตก แต่ลักษณะตัวเลขนั้นมีความผิดปกติ เวลาที่ทักท้วงหรือสอบถามไปจะดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด และมาทราบว่าเป็นการหลอกลวงโดยเป็นการกดเอาเองไม่ใช่จากระบบเทรด กระทั่งได้มีการพูดคุยกันกับผู้เสียหายคนอื่นๆที่ ลงทุนเทรดเงินเหมือนกันก็เป็นในลักษณะเดียวกันจนได้ไปปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากนายสุพจน์ เพื่อให้ช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย แต่จนถึงตอนนี้ทางคดีก็เงียบไปและยังไม่ได้เงินคืน ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่ลงทุนไปคนละ 1-6 พรอต พรอตละ 316,000 บาทในขณะนั้น 

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น และคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองระดับจังหวัด หากมีความคืบหน้า ‘ อีจัน’ จะอัปเดตให้ทราบค่ะ