ตร.รวบทันควัน คนร้ายใช้ปืนขู่ชิงทองกว่า 3 ล้าน กลางห้างดังสมุทรสาคร
อีจัน อ้วน
10 พฤศจิกายน 2568

เหตุการณ์คนร้ายใช้ปืนข่มขู่ชิงทรัพย์ทองรูปพรรณรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาทในห้างแห่งหนึ่ง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร แต่หลังก่อเหตุเพียงไม่กี่นาที คนร้ายถูกจับตัวยังไม่ทันหลบหนีออกนอกห้าง เพราะอะไรมีคำตอบ??
จ.ส.ต.สุกิจ กล้าสงคราม ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เล่าเหตุการณ์ที่จับคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ทองรูปพรรณมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ได้เพียงไม่กี่นาที หลังจากที่คนร้ายกำลังหลบหนีออกจากห้างแห่งหนึ่ง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 9 พ.ย.68 ว่า ตอนเช้าไปติดตามจับผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล แล้วออกเวรแต่ก็ยังไม่ได้กลับบ้านยังอยู่ในพื้นที่ ประมาณบ่ายสามโมง “นก” ภรรยาโทรมาหาบอกจะพาลูกชายวัย 4 ขวบครึ่ง และลูกสาววัย 2 ขวบครึ่ง มาทานข้าวที่ฟู้ดคอร์ทภายในห้าง หลังจากทานข้าวเสร็จ พาลูกชายลูกสาวกำลังเลือกของเล่น ภรรยาซึ่งอยู่หน้าร้าน เดินเข้ามาในร้านแล้วสะกิดกระซิบว่า “ได้ยินเสียงร้องเห็นคนร้ายถือปืนชิงทรัพย์ร้านทอง” จึงบอกให้ภรรยาอยู่กับลูก ๆ หลบอยู่ในร้านจากนั้นก็เดินไปดู

“ผมเดินไปดูเห็นคนร้ายมีปืนกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ ใช้ปืนทุบกระจกหยิบทองรูปพรรณ ผมตะโกนแสดงตนเป็นตำรวจ ผมก็มีปืนพกติดตัวขึ้นลำกล้องปืนไว้ แต่ไม่ได้หยิบออกมา เขาหันปืนมาทางผม แล้วเขาเหนี่ยวไกปืน ผมได้ยินเสียงดังแก๊ก 2 ครั้ง ผมประเมินว่าเขาไม่มีกระสุน พอเขาหนีผมวิ่งคู่ขนานกับเขาไปดักอีกด้านหนึ่ง จึงตัดสินใจตามยุทธวิธีเข้าล๊อคแล้วชกเขาหนึ่งที แล้วตะโกนให้พลเมืองดีมาช่วยจับคนร้าย จากนั้นประมาณ 2 – 3 นาที ตำรวจสายตรวจก็มาถึงเข้าควบคุมตัวคนร้าย” จ.ส.ต.สุกิจ เล่า
กลัวคนร้ายยิงหรือไม่?? ผู้สื่อข่าวถาม จ.ส.ต.สุกิจ บอกว่า ทุกคนมีความกลัวแต่จิตวิญญาณความเป็นตำรวจเห็นคนร้ายต้องจับ ถ้าจับไม่ได้คนร้ายหนีไปได้ตำรวจก็ต้องเหนื่อยติดตามจับ จึงตัดสินใจจับตามยุทธวิธี ตอนที่วิ่งคู่ขนานไปดักจับ ผมก็หยิบปืนพกไว้คิดว่าถ้าเขายิงก็ต้องยิงโต้ตอบเพื่อป้องกันตัว แค่เขาไม่ยิงจึงเก็บปืนแล้วล๊อคกดคนร้ายให้นอนคว่ำ ส่วนสร้อยทองรูปพรรณที่คนร้ายสวมใส่ที่คอ หลังคนร้ายถูกจับก็รู้ว่าเป็นทองปลอม เพราะทองลอกหมดแล้ว

“เช้าวันนี้ท่านผู้การสมุทรสาคร และสารวัตรสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ตามตัวผมให้รีบมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มาพบ ผบ.ตร. ระหว่างเดินทางผมก็คิดว่าคงเป็นเรื่องที่ผมจับคนร้ายเมื่อวานนี้ พอเจอท่าน ผบ.ตร. ผมตื่นเต้นพูดไม่ค่อยถูก เท่าที่ผมจำได้ ท่าน ผบ.ตร. บอกว่า ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีเหมือนเดิมปกป้องทรัพย์สินและดูแลประชาชนให้ดี พอเจอท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็ยิ่งตื่นเต้นมากไม่คิดว่าจะเจอท่าน ๆ บอกว่า ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีมากขอชื่นชม ท่านก็ใช้มือโอบไหล่ผมให้พี่ ๆ สื่อมวลชนบันทึกภาพ “
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีการกล่าวหาว่าตำรวจเป็นองค์กรอาชญากรรม จ.ส.ต.สุกิจ ตอบทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ตำรวจเจอคนร้ายต้องจับด้วยจิตวิญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คนทำไม่ดีเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่ต้องรับผิดชอบเป็นบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “



