สาว 21 ปี เข่าทรุด! ถูกพ่อแฟนหลอกจัดงานแต่ง เสียหายกว่า 3 แสน

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

9 กันยายน 2567

สาว 21 ปี เข่าทรุด! ถูกพ่อแฟนหลอกจัดงานแต่ง เสียหายกว่า 3 แสน

เข่าทรุด สาว 21 ปี ถูกพ่อแฟนหลอกจัดงานแต่ง สูญเงิน 3 แสน ต้องเอาทองและเงินเก็บไปจำนำใช้หนี้โต๊ะจีนและค่าจัดงานแต่ง 

วานนี้ (8 ก.ย.67) เวลา 14.00 น. ที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร พบกับ น.ส.ศิริเพ็ญ อายุ 21 ปี  และนายขจร อายุ 57 ปี ,นางผุสดี อายุ 53 ปี (พ่อกับแม่) ร้องขอความช่วยเหลือหลังถูกครอบครัวของ นายวรภัทร อายุ 21 ปี แฟนหนุ่ม หลอกให้จัดงานแต่งกว่า 300,000 บาท โดยต้องนำทองคำ 3 บาท ไปจำนำ และเงินสด 80,000 บาท ไปจ่ายค่าโต๊ะจีน 30 โต๊ะ และค่าจัดงานทุกอย่าง ซึ่งเป็นเงินเก็บทั้งชีวิตของครอบครัวฝ่ายหญิง จนไม่เงินติดตัว แถมยังต้องเป็นหนี้ญาติอีก  

โดยนายจิรศักดิ์ พ่อของเจ้าบ่าว ได้บอกกับครอบครัวฝ่ายหญิงว่าจะนำเงินสด 200,000 บาท และทองคำ 2 บาท มาเป็นสินสอดในวันงานแต่ง โดยเสนอให้ฝ่ายหญิงจัดงานแต่งในวันที่ 21 เม.ย.67 เพราะเป็นวันเกิดของพ่อฝ่ายชาย ต่อมาวันที่ (10 เม.ย.67) ทั้งพ่อและแม่ฝ่ายชายและญาติ รวม 10 คน ก็ได้เดินทางมาขออยู่ในบ้านของฝ่ายหญิงจนถึงวันงาน และอาศัยกินนอนใช้ชีวิตอยู่บ้านฝ่ายหญิง ซึ่งครอบครัวฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ นายจิรศักดิ์ มีการพาคู่บ่าวสาวไปจองชุดแต่งงาน, เครื่องขันหมาก และอื่นๆ ที่ใช้จัดงาน โดยจ่ายมัดจำบางส่วน และบอกว่าหลังจบงานจะจ่ายส่วนที่เหลือให้  

ต่อมาวันที่ 20 เม.ย.67 เวลา 19.00 น. ก่อนงานแต่ง พ่อเจ้าบ่าว ได้เดินเข้ามากราบเท้าทั้งน้ำตากับแม่ของฝ่ายหญิง พร้อมขอโทษที่ไม่สามารถหาเงินสินสอดตามที่บอกมาจัดงานได้ และขอเวลา 15 วัน หลังงานจบจะนำมาคืนให้ทุกบาท ซึ่งครอบครัวฝ่ายหญิงต้องหาวิธีแก้ไขเบื้องต้นเพราะงานจัดขึ้นแล้วเชิญแขกหมดแล้ว จึงได้นำเงินและทองทั้งหมดควักสำรองจ่ายค่าจัดงาน เมื่อจบงานครอบครัวฝ่ายชายก็ได้เดินทางกลับไปโดยไม่รู้ว่าไปไหนมีภูมิลำเนาที่ใด ในส่วนของแฟนหนุ่มที่เป็นเจ้าบ่าวก็ยังอยู่ตามปกติ 

ผ่านไป 15 วัน พ่อเจ้าบ่าว ยังไม่นำเงินสดรวม 290,000 บาท มาจ่ายตามกำหนด แต่จะขอผ่อนจ่ายส่งรายเดือน และจะเข้าไปทำสัญญา ซึ่งตกลงจ่ายเดือนละ 20,000 บาท เป็นเวลา 15 เดือน 

ต่อมา ผ่านไปหนึ่งเดือน ก็ชำระ 20,000 บาทแรก และเดือนที่ 2 ชำระเพิ่มมาเพียง 8,000 บาท โดยหลังจากนั้นก็หายหน้าและไม่รับสาย ครอบครัวฝ่ายหญิงจึงตัดสินใจที่จะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ขาณุวรลักษบุรี โดยตำรวจได้แนะนำให้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเรียกไกลเกลี่ย  

ครอบครัวฝ่ายชายได้เดินทางมาที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี เพื่อเจรารอบ 2 พร้อมทำสัญญาฉบับที่ 2 เนื่องจากชำระเดือนละ 20,000 บาทไม่ไหว จนสุดท้ายให้ชำระเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งครอบครัวฝ่ายชายก็หายไปเลยไม่สามารถติดต่อได้ 

ด้านเจ้าสาว รู้สึกสงสารพ่อและแม่อย่างมากที่ต้องเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งหมด เธอได้คุยกับแฟนหนุ่ม แต่ไม่ได้คำแนะนำใดๆ ในการแก้ปัญหา จนต้องตัดสินใจเลิกลากับแฟนหนุ่มหลังเกิดเรื่อง 3 เดือน เพราะไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ซึ่งการจัดงานทุกอย่างมันดูเหมือนราบรื่น ใกล้ถึงวันงานพร้อมแต่งแต่กลับมาเจอปัญหาที่ไม่สามารถยกเลิกได้ เพราะพ่อแม่กลัวว่าลูกสาวจะม้ายขันหมาก จึงต้องแก้ปัญหาให้เสียหายน้อยที่สุด  

โดยก่อนแต่งงานได้คบกันมาตั้งแต่ ปี 1 จนปัจจุบัน ปี 3 ผ่านไปเกือบ 6 เดือนจึงตัดสินใจพูดคุยกับครอบครัว และนำเรื่องดังกล่าวร้องทุกข์กับสื่อมวลชนและขอความช่วยเหลือทนายไพศาล ว่าจะมีวิธีไหนสามารถให้ครอบครัวฝ่ายชายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายครั้งนี้ได้บ้าง 

ทั้งนี้ ฝ่ายหญิงฝากถึงพ่อของแฟนว่า อยากให้มารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไว้ เธอไม่ได้อยากเลิกกับแฟนหนุ่มแค่เรื่องแบบนี้ เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มก็รักพ่อเหมือนที่เธอรักพ่อแม่เธอ เธอเชื่อว่าลูกผู้หญิงเกิดมาครั้งหนึ่งได้แต่งงานมีครอบครัวมันก็เป็นความฝันและความสุข 

ขณะที่ฝ่ายชายเปิดใจว่า ไม่อยากเลิกกับฝ่ายหญิง พยามรั้งแล้วทำทุกวิถีทาง โดยพ่อของตนถูกโกงเงินค่ารับเหมาก่อสร้าง จึงไม่เงินเพียงพอมาจัดงานแต่งและค่าสินสอด ซึ่งขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้ ถ้าพ่อดูข่าวอยู่ ขอให้พ่อรีบติดต่อกลับ เพื่อที่จะชดเงินมาชดใช้ จะมีมากหรือน้อย ขอให้มาคุยกัน