ราชทัณฑ์ แจงยิบ! พักโทษ “ทักษิณ” ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

42 นาทีก่อนหน้า

ราชทัณฑ์ แจงยิบ! พักโทษ “ทักษิณ” ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ 

จากกรณี คณะกรรมการพักการลงโทษ ระดับกระทรวงยุติธรรม ได้ประชุมพิจารณา และมีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติให้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ในวันที่ 11 พ.ค.69 ตามเงื่อนไขปล่อยตัวคุมประพฤติ ต้องติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) และจำกัดพื้นที่พำนัก จนกว่าจะพ้นโทษ 

ล่าสุดวานนี้ (5 พ.ค.69) กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารชี้แจงการพักการลงโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” ระบุว่า… 

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า การพิจารณาพักการลงโทษต้องเป็นนักโทษชั้นดีขึ้นไป ตามกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 มีเนื้อหาขัดต่อพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 วรรคแรก ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนักโทษชั้นกลางและจำคุกเป็นครั้งที่ 2 นั้น 

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียน ดังนี้ 

1. พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 วรรคแรก บัญญัติว่า “นักโทษเด็ดขาดคนใดแสดงให้เห็นว่ามีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ความก้าวหน้าในการศึกษา และทำการงานเกิดผลดีหรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ อาจได้รับประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้” นั้น เป็นการกล่าวถึงภาพรวมของนักโทษเด็ดขาดที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่ามี 8 ข้อ ได้แก่ 

1. ได้รับความสะดวกในเรือนจำตามระเบียบกรมราชทัณฑ์  

2. เลื่อนชั้น  

3. ได้รับแต่งตั้งให้มีตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำ 

4. ลาไม่เกินเจ็ดวันในคราวหนึ่ง  

5. ลดวันต้องโทษจำคุกให้เดือนละไม่เกินห้าวัน 

6. ลดวันต้องโทษจำคุกลงอีกไม่เกินจำนวนวันที่ทำงานสาธารณะ  

7. พักการลงโทษเมื่อนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือหนึ่งในสามของกำหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้นแล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดจะมากกว่า  

8. ได้รับการพิจารณาอนุญาตให้ออกไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการ 

ทั้งนี้ มิได้กล่าวถึงการกำหนดชั้นของนักโทษเด็ดขาดไว้ แต่อย่างใด 

2. กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดและเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับ การลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ได้กำหนดเรื่องการพักการลงโทษกรณีปกติไว้ โดยนักโทษเด็ดขาดตั้งแต่ชั้นกลางขึ้นไป อาจได้รับพักการลงโทษไม่เกินหนึ่งในสามของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด หากมีการพระราชทานอภัยโทษให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ มาตรา 52(7) ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าการพักการลงโทษ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์  

ดังนั้น กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 จึงมิได้เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 แต่อย่างใด