ทอ. ยัน เหตุ F-16 โจมตีปอยเปต เป็นเป้าหมายทางทหาร พลเรือนปลอดภัย
บวรวัฒน์ อีจัน
18 ธันวาคม 2568

วันนี้ (18 ธ.ค. 68) เวลา 16.00 น. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นำโดย พลเรือตรี สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงอัปเดตสถานการณ์ปัจจุบัน
พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวเริ่มต้นถึงประเด็นการแถลงผลประชุมสภากลาโหม ประจำเดือนธันวาคม 2568 มีข้อสรุป ดังนี้
ด้านกำลังพล : เน้นย้ำการส่งกำลังบำรุงให้แนวหน้า เพื่อให้ปฏิบัติการได้ต่อเนื่อง
ด้านการศึกษา : ร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (MOU) พัฒนาหลักสูตรพัฒนาทักษะ พร้อมมอบโควต้าสิทธิพิเศษทางการศึกษา ให้แก่กำลังพลและครอบครัวเพื่อสร้างโอกาสทางวิชาชีพ
ด้านความมั่นคงชายแดน : บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกประชาชน ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

นางมาระตี กล่าวถึงประเด็นการโจมตีพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการติดต่อประชาชนที่อยู่ปอยเปต และสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จนได้รับรายงานว่า ประชาชนไทยปลอดภัยดี
ขณะที่ไทม์ไลน์ล่าสุดที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 18 ธันวาคม 2568 ดังนี้
(17 ธ.ค.) เวลา 17.00 น. พบทหารฝ่ายกัมพูชา ขนอาวุธยุทโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่เมืองปอยเปต ตรงข้ามจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว
(18 ธ.ค.) เวลา 08.00 น. ฝ่ายกัมพูชา ยังคงระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาในดินแดนอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องป้องกันตนเอง
(18 ธ.ค.) เวลา 11.15 น. ฝ่ายไทยสกัดกั้นการซ่องสุมกำลังของฝ่ายกัมพูชา ภายในโกดังบริเวณนอกตัวเมืองปอยเปต ใกล้แนวชายแดน จ.สระแก้ว

ด้าน พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงประเด็นกองทัพไทย โจมตีพื้นที่นอกเมืองปอยเปต ระบุว่า เป้าหมายที่เราไปโจมตีคือคลังเก็บอาวุธกระสุนวัตถุระเบิด โดยเฉพาะ BM-21 ที่กัมพูชา นำมาใช้โจมตีพลเรือนและกำลังพล ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเช้าวันนี้ เป็นการโจมตีคลังเก็บสิ่งของ
โดยก่อนการโจมตี กองทัพไทย ได้ดำเนินการพิสูจน์ทราบอย่างชัดเจนว่า เป้าหมายดังกล่าว เป็นเป้าหมายทางทหาร ซึ่งโดยรอบสถานที่พบว่า มีการนำรถไปโหลดจรวด BM-21 จนแน่ชัดแล้วว่าเป้าหมายนั้นคือ เป้าหมายมีคุณค่าในการโจมตี และตรวจพื้นที่โดยรอบ ไม่พบพลเรือนอาศัย จึงนำไปสู่การโจมตี
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ เน้นย้ำว่า การปฏิบัติการของกองทัพไทย มุ่งเน้นที่จะโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น อยู่ในพื้นฐานการปกป้องเอกราชอธิปไตย ภายใต้หลักมนุษยะรรม โจมตีเป้าหมายที่จำเป็นและแบ่งแยกเป้าหมายทางทหารกับพลเรือน อย่างชัดเจน

ประเด็นการควบคุมนำเข้าน้ำมัน – ยุทธภัณฑ์ ทางน่านน้ำทะเลของไทยไปยังกัมพูชา โดยล่าสุด ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
พลเรือตรีจุมพล นาคบัว โฆษก ศรชล. กล่าวว่า ออกประกาศขอให้ ผู้ควบคุมเรือ เจ้าของเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือสัญชาติไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการเดินเรือ ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
ขอให้ผู้เดินเรือในพื้นที่ที่ประกาศ และพื้นที่ใกล้เคียง ระมัดระวังการเดินเรือ ซึ่งอาจจะถูกรบกวนสัญญาณระบบ GPS ด้วยวิธีการจงใจส่งสัญญาณเท็จ (Spoofing) และวิธีการรบกวนสัญญาณระบบระบุตำแหน่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางทะเล และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ในการเดินเรือ

พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวในส่วนประเด็นพื้นที่ศูนย์พักพิงรวม 7 จังหวัด สถานการณ์และการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข (18 ธ.ค. 68) เวลา 08.00 น.
ประชาชนเสียชีวิต (ผลกระทบทางอ้อมจากเหตุการณ์ฯ) 20 คน
ประชาชนเสียชีวิต (จากการโจมตีของกัมพูชา) 1 คน
ประชาชนได้รับบาดเจ็บ (จากการโจมตีของกัมพูชา) 6 คน
ศูนย์พักพิงชั่วคราว 990 แห่ง
ประชาชนในศูนย์พักพิง 263,993 คน
โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 20 แห่ง
รพ.สต. ที่ได้รับผลกระทบ 213 แห่ง

ประเด็นพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินก่อกวน บริเวณแท่นขุดเจาะกลางทะเล เรือโทหญิง นภัสกร ทิพย์โส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เป็นเรื่องจริง ขณะนี้กองทัพเรือ อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งต่อเนื่องมาจากวันที่ 9 ธ.ค. 68 ที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยแท่นขุดเจาะแจ้งพบโดรนปริศนา ซึ่ง กองทัพเรือภาค 2 ได้ดำเนินการส่งอากาศยานลาดตระเวน เข้าตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งพบหลายแท่นขุดเจาะ