ทอ. แจง “ภูมิธรรม” รับทราบทุกขั้นตอน จัดซื้อเครื่องบินรบ “กริพเพน”

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

4 มิถุนายน 2568

ทอ. แจง “ภูมิธรรม” รับทราบทุกขั้นตอน จัดซื้อเครื่องบินรบ “กริพเพน”

วันนี้ (4 มิ.ย. 68) พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุการแถลงข่าวของ ทอ. ในวันนี้ไม่มีผล เนื่องจากเรื่องการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F (เครื่องบินกริพเพนท อี/เอฟ) ยังไม่มีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวว่า ก่อนที่เราจะแถลงข่าวได้นำเรียนให้ นายภูมิธรรม รับทราบทุกขั้นตอน ถือว่าได้รับการอนุญาตให้มีการแถลงข่าวในครั้งนี้แล้ว โดยโครงการดังกล่าวสร้างความมั่นใจได้สูงสุด เพราะเรามีกระบวนการคัดเลือกคัดสรรอย่างโปร่งใสและยุติธรรม และเกิดประโยชน์ทางด้านความมั่นคง และภาพรวมของประเทศชาติมากที่สุด ตนขอยืนยันว่า เราได้ทำทุกอย่างตามนโยบายที่รัฐบาลได้มอบไว้ให้ มั่นใจว่าเป็นแนวทางเดียวกัน 

เมื่อถามถึงกรณีการจัดหาเครื่องบินกริพเพน อี/เอฟ จะมีความทันสมัยและตอบโจทย์ในอนาคตหรือไม่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวว่า สำหรับความทันสมัยเชื่อว่าในเทคโนโลยีที่เราวางแผนเลือกมา คิดว่าน่าจะอยู่ได้ถึง 30 ปี สงครามทางอากาศจะเป็นรูปแบบ จะมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น อยู่ในหลักเกณฑ์การคัดเลือกของเราทั้งสิ้น เราคัดเลือกมาจากเครื่องต้นแบบที่มีสมรรถนะที่ดีที่สุด และดีกว่าที่เรามีอยู่ เพราะที่เรามีอยู่นั้นใช้มา 37 ปี ซึ่งก็มีขีดจำกัดในการใช้โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่ F-16 โดยเครื่องบินกริพเพนท อี/เอฟ ที่ผ่านมาเราได้รับมาในปี 2554 และปัจจุบันก็ยังมีความทันสมัยอยู่ แต่เทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนแปลงไป เราจึงต้องพิจารณาจัดหาเครื่องบินที่มีขีดความสามารถที่สูงกว่าเครื่องบินกริพเพนท ที่เรามีอยู่ ยืนยันว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ยังใช้ได้อยู่ และนอกจากนั้นการพัฒนาและการปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้นก็สามารถทำได้เช่นกันกับเครื่องบินในรุ่นใหม่ ๆ

พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าในการป้องกันประเทศเราตอบโจทย์อย่างสูงที่สุด เรามองว่าไม่ได้ไปรุกรานใคร แต่สิ่งที่เราต้องทำคือการป้องกันประเทศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ตอบโจทย์ที่สุด อีกทั้งไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะความมั่นคงอย่างเดียวแต่เราตอบโจทย์ในเรื่องของการได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทนกลับเข้ามาสู่ประเทศชาติ คิดว่าจะเป็นโครงการนำร่องของกองทัพอากาศที่เกิดขึ้นครั้งนี้ และทาง ทอ.มีความพร้อมตลอดเวลา

อย่างที่หลายคนได้เห็นว่า หากเครื่องบินที่มีแนวโน้มว่าจะรุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าหรืออธิปไตยของเรา เราสามารถขึ้นสกัดกั้นภายใน 5 นาที ซึ่งวันนี้ก็มีการบินขึ้น เพราะฉะนั้นเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรามีความพร้อมในการป้องกันภัย การรุกรานทางอากาศ และกริฟเฟนฝูงใหม่ที่กำลังจะมาจะตอบโจทย์ในเรื่องของความทันสมัยและเทคโนโลยีในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามอิเล็กทรอนิกส์หรือสงครามสมัยใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต