ปานเทพ แนะ ไทย ถอยประชุม JBC หวั่นเสียดินแดน
บวรวัฒน์ อีจัน
17 ตุลาคม 2568

วันนี้ (17 ต.ค. 68) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยถึงกรณีที่ นายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการที่ประเทศไทย หากเข้าประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) จะไม่กระทบสิทธิ์ในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชา ปี พ.ศ. 2543 (MOU 43) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 – 21 ตุลาคมนี้ อย่างแน่นอน นั้น

นายปานเทพ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นการโกหก เพราะการที่จะทำนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ประเทศไทยสูญเสีย 11 พื้นที่แนวชายแดน ซึ่งมีระยะทางรวมกันกว่า 195 กิโลเมตร ตามที่ พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เคยกล่าวว่ากัมพูชารุกล้ำจริง แต่ทางรัฐบาลกลับไม่ดำเนินการใด ๆ
นายปานเทพ กล่าวว่า ตนมองว่าขณะนี้เป็นโอกาสทองครั้งเดียว ที่ประเทศไทยจะสามารถยกเลิกฉีก MOU 43 หรือชะลอการประชุม JBC ออกไป โดยกดดันให้ทางกัมพูชา เลิกนำแผนที่ 1:200,000 มากล่าวอ้าง แต่ให้ไทยพุ่งเป้าไปที่การละเมิด MOU 43 ที่กัมพูชาได้เปิดศึกยิงใส่พลเรือนก่อน เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนทั้งโลก แต่ถ้าหากไทยยังดื้อที่จะเข้าประชุม JBC อาจจะเข้าทางของกัมพูชา เพราะถ้ามีการตกลงกันแล้ว ไทยจะไม่สามารถยกเลิก MOU 43 ได้ และจำเป็นต้องถอนกำลังออกมา จนอาจนำไปสู่การสูญเสียดินแดนอีกครั้งเหมือนกันปี 2505 ที่ไทยสูญเสียเขาพระวิหาร และตนยืนยันว่า ต่างชาติไม่สามารถแทรกแซงได้ตามที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศแถลง

นอกจากนี้ นายปานเทพ กล่าวให้คำแนะนำอีกว่า ขอให้รัฐบาลไทยยกเลิก MOU 43 โดยใช้มาตรา 60 ตามกฎหมายอนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญาปี พ.ศ 2512 เนื่องจากกัมพูชามีการละเมิดร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นทั้งวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน หรือยิงใส่พลเรือน ซึ่งตอนนี้กัมพูชาดำเนินการทั้ง 2 อย่างไปแล้ว ก่อนจะเข้าสู่มาตรา 45 ที่สามารถฉีก MOU 43 ได้ทันที ดังนั้น ตนจึงตั้งตำถามกลับว่า ถ้าหากไทยเข้าประชุม JBC และทำให้ประเทศไทยสูญเสียดินแดนเพิ่มเติม รัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะต้องรับผิดชอบไปจนชั่วลูกชั่วหลาน