เลือก เลขา กสทช. พรุ่งนี้ (17 ม.ค.67) จับตา คดีค้างศาล อาจหมดสิทธิ์โหวต

อีจัน ป๊อป

อีจัน ป๊อป

16 มกราคม 2567

เลือก เลขา กสทช. พรุ่งนี้ (17 ม.ค.67) จับตา คดีค้างศาล อาจหมดสิทธิ์โหวต

เรื่องราวที่กำลังเป็นที่จับตามอง ในแวดวงการสื่อสารและการโทรคมนาคมของประเทศไทยในขณะนี้ คือ การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17 ม.ค.67 วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การพิจารณาแต่งตั้ง เลขาธิการ กสทช.คนใหม่

โดยมีการคาดการณ์ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. จะเสนอชื่อ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. และรักษาการเลขาธิการ กสทช. ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว หลังจากมีการปฏิเสธผู้สมัครอื่นๆ โดยไม่มีการเปิดเผยเกณฑ์การพิจารณา

การประชุมครั้งนี้ จึงเป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตามอง เนื่องจาก นายไตรรัตน์ มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีที่ยื่นฟ้องกรรมการ กสทช.4 ราย ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การฟ้องร้องนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นธรรม และความโปร่งใสในกระบวนการแต่งตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับความเป็นปฏิปักษ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกรรมการ กสทช.กับ นายไตรรัตน์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการแต่งตั้ง แม้ว่า ศาลยังไม่ได้ตัดสินใจในคดีนี้ แต่การยื่นฟ้องดังกล่าวอาจทำให้กรรมการบางคนไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมหรือการโหวตได้

การประชุมของ กสทช. ในวันที่ 17 ม.ค.67 จึงคาดว่า จะมีการถกเถียงเกี่ยวกับความเป็นปฏิปักษ์และความไม่เป็นกลางในกระบวนการแต่งตั้ง นอกจากนี้ ยังมีการเลื่อนวาระการประชุมและการพิจารณาแต่งตั้งมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งมีข้อสงสัยว่า นายไตรรัตน์ ทราบได้อย่างไรว่า จะถูกเสนอชื่อในตำแหน่งดังกล่าว

ซึ่ง นายไตรรัตน์ ได้ทำบันทึกข้อความถึงประธานกสทช. เพื่อคัดค้านการพิจารณาและลงมติของกรรมการ 4 ราย ในเรื่องการแต่งตั้ง เลขาธิการ กสทช.คนใหม่ โดยอ้างถึงการที่ตนเองเป็นโจทก์ในคดีที่ยื่นฟ้องต่อกรรมการเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้ นายไตรรัตน์ จึงเรียกร้องความเป็นธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งของตนเอง

ดังนั้น การประชุม กสทช. ที่จะมีขึ้น จึงเป็นจุดสำคัญที่จะตัดสินอนาคตขององค์กร และอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของ กสทช. ในระยะยาว การติดตามความคืบหน้าและผลการประชุมครั้งนี้ จึงเป็นประชาชนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการบริหารงานของหน่วยงานรัฐสำคัญนี้


ข่าวน่าสนใจอื่น: