ดีเอสไอพร้อมไขคดี “บิลลี่” หายตัวไป ?
migrator
13 มกราคม 2564

ย้อนเหตุบิลลี่หายตัว : เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 57 ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยได้ไปแจ้งความ คนหายที่สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน ต่อมาพนักงานสอบสวนตรวจสอบพบว่า “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำตัวบิลลี่ไป
ต่อมานายชัยวัฒน์ ยอมรับว่า ควบคุมตัวบิลลี่ไว้จริง เพราะพบว่าบิลลี่มีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง จึงเรียกไปตักเตือน แต่ได้ปล่อยตัวไปแล้ว คดีนี้ตำรวจตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดี ในชั้นสอบสวนไม่พบตัวผู้กระทำผิด



“พิณนภา พฤกษาพรรณ” หรือ “มินอ” ภรรยา “บิลลี่”
ได้ร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ขอให้มีการไต่ส่วนการหายของบิลลี่ แต่ต่อมาศาลยกคำร้อง ศาลระบุว่าหลักฐานไม่เพียงพอ



ภรรยาบิลลี่ยื่นหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้เข้ามาตรวจสอบคดีนี้เป็นคดีพิเศษ แต่หลังจากสืบสวนไปได้ระยะหนึ่ง ดีเอสไอส่งหนังสือถึงภรรยาบิลลี่เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติไม่รับคดีบิลลี่เป็นคดีพิเศษ
ทว่าเมื่อเดือนก่อนดีเอสไอกลับกลับลำ หวนกลับมาสืบคดีบิลลี่ เป็นคดีพิเศษ และวันนี้ก็ยืนยันเร่งสืบคดีแล้ว พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ยืนยันกับอีจันว่า จะทำคดีนี้ให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าบิลลี่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หายไปไหน และใครคือผู้กระทำผิด


วันนี้ นายคิงสลีย์ แอ๊บบอด ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส โครงการเอเชีย-แปซิฟิค คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล หรือICJ (international Commission of Jurists) ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการหายตัวไปของบิลลี่ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 57

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร กล่าวว่า ในเบื้องต้น ICJ ได้แสดงความพอใจที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีการหายตัวไปของนายพอละจีฯ เป็นคดีพิเศษ พร้อมกันนี้ ยังได้สอบถามในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน
โดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และกำชับให้เร่งรัดการหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป