ชาวโคราช ฮือฮา! ขุดพบ “กู่ปราสาทหินทราย” อายุราว 800-1,000 ปี 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

2 นาทีก่อนหน้า

ชาวโคราช ฮือฮา! ขุดพบ “กู่ปราสาทหินทราย” อายุราว 800-1,000 ปี 

ฮือฮากันทั้งโคราช เจ้าของที่ขุดที่ดินเตรียมทำหมู่บ้าน  

กลับเจอ “กู่ปราสาทหินทราย” อายุราวพันปี ซ่อนอยู่ใต้ดิน!!! 

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า วันที่ 25 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ได้มีการขุดค้นพบ “กู่ปราสาทหินทราย” ภายในหมู่บ้านจัดสรร ในตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยจุดที่มีการค้นพบเป็นที่ดินส่วนบุคคล มีเอกสารสิทธิถูกต้อง เจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้เข้าดำเนินการสำรวจทางโบราณคดี นำโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ 

นายสุชาติ ศรีนวลแก้ว อายุ 68 ปี ที่ปรึกษาเจ้าของที่ดิน เปิดเผยว่า ที่ดินของเจ้าของที่ มีพื้นที่ทั้งหมด 130 ไร่ และหลังจากมีการขุดพบโบราณสถานภายในพื้นที่ ได้กันพื้นที่ จำนวน 29 ตารางวา ซึ่งเป็นจุดที่พบหลักฐานสำคัญไว้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศิลปากร เข้าดำเนินการศึกษาและตรวจสอบ โดยยินดีที่จะมอบพื้นที่ดังกล่าวด้วยความสมัครใจ  ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวนี้ มีสภาพเป็นป่ารกร้าง เต็มไปด้วยหนามและวัชพืช จึงได้นำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่ กระทั่งพบก้อนหินจำนวนมากกระจายอยู่ใต้ดิน จึงนำขึ้นมาวางรวมไว้ด้านบน  ยืนยันว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายหินออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ก่อนการค้นพบ เจ้าของที่ดินมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ต่อเนื่องไปจนถึงแนวทางรถไฟ แต่เมื่อพบหลักฐานดังกล่าวจึงได้ระงับการดำเนินการทันที และทำหนังสือถึงกรมศิลปากรเพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอให้หยุดดำเนินการชั่วคราว และก่อนการขุดพบ ไม่เคยมีเหตุการณ์หรือความเชื่อหรือสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น  

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะปล่อยให้กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันจันทร์ ที่ 27 เม.ย.69 นี้ จากนั้นก็จะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ในอนาคต 

นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งนี้ มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 แต่ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการปรับหน้าดิน และพบชิ้นส่วนหินทราย จึงนำไปสู่การขุดตรวจทางโบราณคดีในครั้งนี้  ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญของการขุดตรวจ คือ การกำหนดขอบเขตโบราณสถานที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถอนุรักษ์ได้อย่างครอบคลุม ขณะนี้การดำเนินงานเข้าสู่วันที่ 6 จากการขุดตรวจพบฐานของปราสาทหินในวัฒนธรรมขอม สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 หรือประมาณ 800-1,000 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะด้านทิศใต้ของโบราณสถาน มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ พบชุดฐานบัว และฐานเขียง ซึ่งเป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่พบได้ทั่วไปในศิลปะขอม นอกจากนี้ ในหลุมขุดตรวจที่ 4 ยังพบฐานรองรับรูปเคารพ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า โบราณสถานแห่งนี้น่าจะเป็นศาสนสถาน หรือวัดในศาสนาฮินดู 

ซึ่งหลังการขุดสำรวจตรวจสอบสิ้นสุดลง จะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำผังแสดงตำแหน่งโบราณสถานโดยละเอียด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุขนาดพื้นที่โบราณสถานที่แน่ชัดได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการขุดตรวจ และต้องรอผลการหารือร่วมกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน  โดยหลังเสร็จสิ้นการขุดตรวจ จะมีการกลบหลุม โดยก่อนดำเนินการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จะจัดทำแผนผังโบราณสถานอย่างละเอียด เพื่อบันทึกตำแหน่งและลักษณะโครงสร้างไว้เป็นหลักฐาน 

ซึ่งจากหลักฐานที่ปรากฏในปัจจุบัน สามารถสันนิษฐานได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู อีกทั้งบริเวณด้านตะวันออกห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ยังพบสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ หรือ บาราย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า หนองบัว สะท้อนให้เห็นว่า โบราณสถานแห่งนี้น่าจะเคยเป็นศูนย์กลางชุมชนขนาดใหญ่ในอดีต เนื่องจากต้องมีแหล่งน้ำรองรับประชากรจำนวนมาก 

หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ